กรมธุรกิจพลังงานหนุนขนส่งน้ำมันทางท่อ หวังสร้างมาตรฐานราคาน้ำมัน

น้ำมันทางท่อ

กรมธุรกิจพลังงานหนุนระบบขนส่งน้ำมันทางท่อด้วยพลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความปลอดภัย หวังช่วยลดการใช้พลังงาน และสร้างมาตรฐานราคาพลังงานเดียวกันทั่วประเทศ

18 กรกฎาคม 2566 นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือเป็นโครงการซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ที่ให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ

นายวุฒิทัต ตันติเวสส

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ พร้อมช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากรถขนส่งน้ำมัน ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ยังเป็นการใช้พลังงงานอย่างคุ้มค่า เพราะใช้ระบบไฟฟ้าในการขนส่ง เมื่อเทียบกับการขนส่งในรูปแบบเดิมที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างรถบรรทุกหรือรถไฟ และที่สำคัญคือ มีโอกาสที่จะทำให้ราคาน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศมีราคาใกล้เคียงกันมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต

“จึงเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่โครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนืออันเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งพลังงานของประเทศที่สำคัญนี้ ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการปี 2562 เป็นต้นมา ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานจะส่งเสริมให้การขนส่งน้ำมันทางท่อเป็นระบบขนส่งน้ำมันหลักของประเทศ”

นอกจากนี้ กรมธุรกิจพลังงานกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการเชื่อมท่อขนส่งน้ำมันให้เป็นโครงข่าย ศึกษารูปแบบบริหารจัดการระบบท่อแบบ Single Operator ตลอดจนโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและจำหน่ายน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมา และเวียดนามต่อไปในอนาคต

กรมธุรกิจพลังงาน

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) กล่าวว่า บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) ภายใต้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท BAFS ให้บริการขนส่งน้ำมันผ่านทางระบบท่อ ซึ่งเป็นการขนส่งน้ำมันด้วยไฟฟ้า จึงช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อเทียบกับการขนส่งน้ำมันทางบกรูปแบบอื่น

“นับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการขนส่งน้ำมันทางระบบท่อภาคเหนือบางปะอิน-พิจิตร ในปี 2562 และ กำแพงเพชร-นครลำปาง ในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปแล้วกว่า 54,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นการปลูกต้นไม้ถึง 5,684,200 ต้น”


อีกทั้ง ยังได้เตรียมโครงการสร้างท่อขนส่งน้ำมันระหว่างสระบุรี-อ่างทอง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายท่อขนส่งน้ำมันระหว่างภาคตะวันออกกับภาคเหนือ ซึ่งจะช่วยทำให้โครงข่ายท่อของประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเตรียมพร้อมด้านการเก็บสำรองน้ำมันและรองรับการเติบโตของภาคเหนือ และเป็นจุดจ่ายน้ำมันที่สำคัญไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การส่งออกน้ำมันจากไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านมีความสะดวก รวดเร็ว