เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

แล้งกระทบจีดีพีเกษตรเหลือ 1.5-2.5% เกษตรเตรียมถกมาตรการรับมือเอลนีโญ

19 ก.ค. 2566 | 16:54น.
ภัยแล้ง

สศก.ชี้ภัยแล้งกระทบผลผลิต ปรับลดเป้าจีดีพีเกษตรปี’66 จาก 2-3% เหลือ 1.5-2.5% เตรียมหารือมาตรการรับมือเอลนีโญ 26 ก.ค. 2566

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก.ปรับเป้าหมายผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภาคเกษตร ในปี 2566 จาก 2-3% เหลือ 1.5-2.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 688,780-695,570 ล้านบาท จากประมาณการเดิม 2-3% หรือคิดเป็นมูลค่า 692,177-698,963 ล้านบาท หรือจีดีพีภาคเกษตรลดต่ำกว่าที่คาดคิดเป็นมูลค่า 3,397-3,393 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าจีดีพีปีนี้สูงกว่าปี 2565 มูลค่า 10,175-16,965 ล้านบาท ที่จีดีพีภาคเกษตรอยู่ที่ 2.4% หรือมูลค่า 678,605 ล้านบาท

ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เป็นผลให้ต้นทุนภาคการเกษตร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ไทยนำเข้ามาแนวโน้มสูงขึ้น และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกอาจจะไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้

สำหรับปัจจัยสนับสนุนจากการดำเนินนโยบายและมาตรการของภาครัฐ อาทิ บริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับและตอบโจทย์ผู้บริโภค แปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีในการผลิต การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ไตรมาส 2/2566 (เมษายน-มิถุนายน) พบว่าขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 โดยสาขาปศุสัตว์ สาขาประมง สาขาบริการทางการเกษตร และสาขาป่าไม้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่สาขาพืชซึ่งเป็นสาขาการผลิตหลักและมีสัดส่วนมากที่สุดของภาคเกษตรหดตัวลง เนื่องจากปริมาณฝนและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ไม่เพียงพอต่อการเติบโตของพืช

อีกทั้งยังมีสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงปลายปี 2565 ถึงช่วงต้นปี 2566 ทำให้พื้นที่ทางภาคตะวันออกมีฝนตกชุกต่อเนื่องสลับกับมีลมพายุ ส่งผลให้สินค้ากลุ่มผลไม้ ดอกและผลร่วงหล่นเสียหาย ขณะที่พื้นที่ทางภาคใต้มีฝนน้อยและสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้สินค้าปาล์มน้ำมันและยางพารามีผลผลิตลดลง

นายฉันทานนท์กล่าวอีกว่า ราคาปัจจัยการผลิตที่สำคัญหลายชนิดยังอยู่ในระดับสูง ทั้งปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนชะลอการผลิต ลดปริมาณการผลิตหรือใช้ปัจจัยการผลิตลดลง ส่งผลให้ภาพรวมของภาคเกษตรขยายตัวได้ไม่มากนัก เมื่อพิจารณาเป็นรายสาขา พบว่า สาขาพืช ติดลบ 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 สินค้าพืชที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา และปาล์มน้ำมัน สาขาปศุสัตว์ ขยายตัว 3.2%

สินค้าปศุสัตว์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุกรและไก่เนื้อ สาขาประมง ขยายตัว 5.7% สินค้าประมงที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น คือ กุ้งขาวแวนนาไม สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัว 2% เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะปลูก โดยกิจกรรมการจ้างบริการเตรียมดินเพิ่มขึ้นในพื้นที่ปลูกพืชสำคัญ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 (ปีเพาะปลูก 2566/67) และกิจกรรมการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มขึ้นในพื้นที่พืชสำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปรัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 (ปีเพาะปลูก 2565/66) ส่งผลให้ภาพรวมในสาขาบริการทางเกษตรมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

และสาขาป่าไม้ ขยายตัว 2.2% โดยไม้ยูคาลิปตัส เพิ่มขึ้นตามความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษภายในประเทศ และการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น จีน และลาวที่เพิ่มขึ้น

“ในช่วงที่ประเทศอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ กระทรวงเกษตรฯไม่ได้หยุดนิ่ง ยังมีการเดินหน้ามาตรการที่สามารถดำเนินการได้อยู่เสมอ โดยหลังจากนี้จะมีการเดินหน้าผลักดันให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ส่วนในเรื่องของการป้องกันผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ โดยในวันที่ 26 กรกฎาคม กระทรวงเกษตรฯจะมีการประชุมหารือ เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งต่อไป” นายฉันทานนท์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) ภัยแล้ง เอลนีโญ