น้ำนมดิบขาด ซีพี-เมจิ เร่งเติมสินค้า พาณิชย์ ยันยังไม่ได้ให้ขึ้นราคานม

ซีพี-เมจิ โพสต์ข้อความ กรณีน้ำนมดิบขาดแคลน พร้อมเร่งสรรหาสินค้าเข้าระบบ ขณะที่ปัญหาน้ำนมดิบขาดแคลนจริง เหตุเป็นช่วงพักรีดนม ประกอบกับผู้เลี้ยงลดลง จากต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ ย้ำชัดยังไม่พิจารณาขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นม

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 รายงานจากเพจเฟซบุ๊ก CP-Meji Thailand เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความว่า เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำนมดิบขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง และโคนมกำลังเข้าสู่ช่วงพักรีดนม จึงทำให้สินค้ากลุ่มนมสดพาสเจอไรซ์มีจำนวนจำกัด

บริษัทจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ ทั้งนี้ บริษัทจะพยายามสรรหาน้ำนมดิบมา เพื่อผลิตสินค้าอย่างเต็มกำลัง ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ เมจิ มาโดยตลอด

ขาดแคลนจริง

จากการติดตามพบว่า ปริมาณน้ำนมดิบขาดตลาดจริง เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงพักรีดนม ประกอบกับพบว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทยอย “เลิก หรือ หยุดเลี้ยงโคนม” สาเหตุจากต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น ราคาอาหารสัตว์แพงขึ้น ทำให้ไม่สามารถแบกรับต้นทุนไม่ไหว

Advertisment

และเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา การประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับราคากลางรับซื้อน้ำนมดิบและน้ำนมโคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นม ซึ่งมิลค์บอร์ด จะเสนอ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ จะมีการปรับราคากลางรับซื้อน้ำนมดิบหน้าศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบปี 2566 จากกิโลกรัมละ 19 บาท เป็น 21.25 บาท และปรับราคากลางรับซื้อน้ำนมโคหน้าโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมปี 2566 จากกิโลกรัมละ 20.25 บาท เป็น 22.75 บาท

กระแสโซเชียล หวั่นนมขึ้นราคา

กระแสโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่กลัวว่าขึ้น บางรายก็เข้าใจว่าสถานการณ์ช่วงนี้เป็นช่วงที่พักรีดนม และพร้อมที่จะรอสินค้าเข้าสู่ตลาด ซึ่งต่างก็แสดงความเห็นมามากอาทิ

  • กลยุทธ์ขึ้นราคา
  • รอค่ะให้แม่วัวพัก
  • นมขาดแคลนหนักมาก หาซื้อไม่ได้เลย
  • ขึ้นราคาแน่ ๆ เลย

พาณิชย์ ยันไม่ให้ขึ้นราคา

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่ได้พิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมขึ้นราคาแต่อย่างไร

Advertisment

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2566 กรมการค้าภายในได้เชิญ ผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ กาแฟ นมถั่วเหลือง น้ำหวาน เช่น เขาช่อง เบอร์ดี้ เบลนดี้ เนสกาแฟ แลคตาซอย ไวตามิ้ลค์ โอวัลติน ไมโล เนสวีต้า และเฮลซ์บลูบอย

และกลุ่มขนมขบเคี้ยว เช่น ยูโร่ เอลเซ่ ปีโป้ โอโจ้ ปักกิ่ง กัสเซ็น และนิสชินคาชิ ประชุมหารือเมื่อช่วงที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า รวมไปถึงการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคในภาคการท่องเที่ยวหรือในภาคครัวเรือน ที่จะช่วยผลักดัน GDP ของประเทศให้เติบโตขึ้น โดยผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้า จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้