Skip to content

อัคราฯรอ รมว.อุตฯใหม่ เดินหน้าไกล่เกลี่ยอนุญาโตฯจบปี’66

01 ก.ย. 2566 | 10:14น.
อัคราฯรอ รมว.อุตฯใหม่ เดินหน้าไกล่เกลี่ยอนุญาโตฯจบปี’66

ย้อนกลับไป 6 ปีก่อน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 ได้มีประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ฉบับที่ 72/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ซึ่งได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดกิจการเหมืองแร่ทองคำของทางบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 1 มกราคม 2560 อันเนื่องมาจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ทำให้ บมจ.อัคราฯ ต้องหยุดดำเนินงานในเหมืองอัคราฯ หรือ “เหมืองชาตรี” ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตรและพิษณุโลก โดยมีทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและฝ่ายเห็นด้วยต่างแสดงความเห็น ทำให้บริษัทแม่อย่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ตัดสินใจเข้ามาเจรจาแต่ก็ไม่สัมฤทธิผล

จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 คิงส์เกตฯจึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกับราชอาณาจักรไทยเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และเมื่อเร็ว ๆ นี้ บมจ.อัคราฯก็สามารถกลับมาเดินเครื่องถลุงแร่แล้ว เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา

อนุญาโตตุลาการ “ไกล่เกลี่ย”

ล่าสุด นายแดเนียล วีคส์ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาค บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระบวนการอนุญาโตตุลาการตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจาไกลเกลี่ย ซึ่งได้ขยายกรอบการเจรจาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 นี้ เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล จึงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ และเมื่อได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ที่ชัดเจนแล้ว จะขอเข้าพบเพื่อหารือต่อไป ซึ่งตนมองว่า มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี เพราะบริษัทเพียงต้องการความมั่นใจในการลงทุนที่ประเทศไทยเท่านั้น

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเหมือนกระบวนการไกลเกลี่ยมากกว่าการตัดสินว่าคนนั้นต้องแพ้หรือชนะ เพราะเป็นเวทีที่ให้แต่ละฝ่ายก็มาพูดคุย ซึ่งถ้าหาทางทำความเข้าใจกันได้ภายในระยะเวลาตรงนั้นก็เลิกรากันไป

“เป้าหมายของเรา คือ อยากกลับมาทำเหมืองต่อในพื้นที่ เนื่องจากยังมีสินแร่อยู่พอสมควร รวมถึงเรายังได้รับสิทธิสำรวจในบริเวณใกล้เคียงอีก และอีกเหตุผลคือ เราไม่ได้ต้องการแพ้ชนะหรือค่าปรับใด ๆ เพราะไม่ได้ประโยชน์ทั้งต่อบริษัทและประเทศ”

นอกจากนี้บริษัทยังได้รับความช่วยเหลือในเรื่องการจัดทำ เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยก็ได้ออกกฎระเบียบมาใหม่ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และนโยบายแร่ทองคำของคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) โดยมีข้อกำหนดสำคัญให้ต้องการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน (baseline data) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในเชิงวิทยาศาสตร์เรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ทางบริษัทดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปี 2563 ทำให้ขณะนี้มีตัวเลขเฉลี่ยของสิ่งแวดล้อม อาทิ ดิน น้ำ เป็นต้น

“เราไม่ได้มีเจตนาจะเอาผิด เพราะตลอดเวลาที่เจรจาก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจนสามารถกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เองก็อยู่ช่วงดำเนินงานตามกฎกติกาใหม่ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น”

เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ
เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ

คืบหน้า 4 กองทุนชุมชน

ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มดำเนินงานแล้วทั้ง 4 กองทุน โดยกองทุนที่ภาครัฐดูแล ได้แก่ กองทุนประกันความเสี่ยงตัวใหม่ซึ่งมีหลักเกณฑ์ใหม่ และกองทุนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในการทำเหมือง ส่วนกองทุนที่ทางบริษัทดูแล ได้แก่ กองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบเหมืองและกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ

“ต้องเท้าความก่อนว่า ของเก่าเวลาจ่ายเงินเข้ากองทุนทั้งหมดจะกำหนดให้จ่ายเป็นรายปีของมกราคมของปีถัดไป อย่างเช่น กองทุนประกันความเสี่ยง 10 ล้านเป็นเวลา 15 ปี แต่สิ่งสำคัญที่อยากชี้ให้เห็นของหลักเกณฑ์ใหม่คือกองทุนเหล่านี้ไม่ต้องรอสิ้นปี

และคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าภาคหลวงแร่ เช่น วันนี้เราขนแร่ออกเท่านี้ จ่ายค่าภาคหลวงแร่เท่านี้ เราต้องแบ่งจ่ายไปให้กองทุนต่าง ๆ ทันทีไม่ต้องรอสิ้นปี ซึ่งเงินสมทบเข้า 4 กองทุนนี้คิดเป็น 21% ของค่าภาคหลวงแร่ที่จ่ายให้รัฐบาล”

ในอดีตค่าภาคหลวงแร่ของบริษัทนับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2544 จนถึงก่อนที่จะถูกรัฐบาล คสช.สั่งปิดในปี 2560 รวมทั้งสิ้นกว่า 4,500 ล้านบาท แต่หลังจากใช้กฎเกณฑ์ใหม่ ทำให้ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนสิงหาคม

บริษัทต้องจ่ายค่าภาคหลวงแร่และผลประโยชน์พิเศษตอบแทนภาครัฐรวม 131 ล้านบาท รวมถึงต้องจ่ายให้กับทาง อบต.เขาเจ็ดลูก และ อบจ.พิจิตร จำนวน 5.8 ล้าน ส่วน อบต.ท้ายดง และ อบจ.เพชรบุรีอีก 19 ล้าน ซึ่งเป็นการจ่ายแยกจากค่าภาคหลวงแร่

“ทั้งนี้เป็นเพราะว่าส่วนแบ่งในกองเฉพาะแร่ที่เราเอามากองไว้แล้วมาดำเนินการมาจากทางฝั่งเพชรบูรณ์ ประมาณ 72-73% และทางฝั่งพิจิตรอีก 20 กว่า % ส่วนฝั่งพิษณุโลกนั้น ทางบริษัทไม่เคยมีการตั้งเหมืองอยู่ในเขตพิษณุโลก หากแต่เป็นส่วนคาบเกี่ยวระหว่างจังหวัด”

“อัตราค่าภาคหลวงแร่ที่ประเทศไทยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศออสเตรเลียที่ค่าภาคหลวงแร่ในรัฐเวสเทิร์นในทองคำจะอยู่ที่ 2.5% แต่ถ้าไทยจะเสียไปประมาณ 12% ขึ้นอยู่กับราคาทองคำ รวมถึงยังมีค่ากองทุนอีก 21% ของค่าภาคหลวงแร่” นายแดเนียลกล่าวเสริม

สถานการณ์อัคราฯ

นายเชิดศักดิ์กล่าว ที่ผ่านมาได้ซ่อมแซมโรงประกอบโลหกรรมที่ 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.7 ล้านเมตริกตันต่อปี เพียงแห่งเดียวก่อน แล้วถ้าหากมีรายได้เข้ามาก็จะเริ่มซ่อมแซมโรงประกอบโลหกรรมที่ 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.3 ล้านเมตริกตันต่อปี รวมมูลค่าการซ่อมแซมแล้วคิดเป็นกว่า 1 พันล้านบาท

“ขณะนี้เรายังไม่ได้ทำเหมือง ไม่ได้มีการระเบิดเปิดแร่ใหม่ เราใช้เอาแร่ที่กองเก็บตั้งแต่ช่วงที่ปิดเอามาทำ เนื่องจากต้นทุนน้อยกว่าการที่ต้องไประเบิดใหม่ รวมถึงสะดวกมากกว่าทำให้มีกระแสเงินไหลดีขึ้น เพื่อได้นำเงินไปซ่อมแซมโรงประกอบโลหกรรมที่ 1 ซึ่งเป็นโรงเก่าต้องใช้เงินซ่อมค่อนข้างสูง หลังเพิ่งซ่อมแซมโรงประกอบโลหกรรมที่ 2 เสร็จไป และคาดว่าจะสามารถเริ่มขุดแร่ใหม่อีก 30 ตันทองคำที่เหลือในบ่อได้ในปี 2567”

New Gold Hub

นายเชิดศักดิ์กล่าวว่า ระหว่างที่เราปิดดำเนินการอยู่ก็เสาะแสวงหาพาร์ตเนอร์ถลุงแท่งดอเร (Dore) เราต้องการทำสิ่งเหล่านี้ในประเทศไทยเพื่อให้ผลประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า แร่ดอเรถือเป็นสินแร่เกรดต่ำประกอบกับโรงถลุงทองคำในบ้านเราเป็นลักษณะรีไซเคิลที่จะเอาทองรูปพรรณมาหลอมใหม่ ขณะที่ของเราเป็นสินแร่ในเหมืองทำให้ดอเรแต่ละแท่งอยู่ที่ 10-12% เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เราต้องหาพันธมิตรที่มีความพร้อมด้านเทคนิคพอสมควร ซึ่งบริษัทรีฟายนิ่งโลหะมีค่า จำกัด (PMR) ก็มีความพร้อมในส่วนนี้ รวมถึงเขายังมีพันธมิตรอย่างบริษัท ออสสิริส จำกัด ที่เป็นบริษัทที่ทำเครื่องประดับทองคำและเงินของคนไทยซึ่งก็รู้จักกับบริษัท บ้านช่างทอง จำกัด ที่เป็นบริษัททำทองคำเก่าแก่ของบ้านเรา

ตรงนี้ก็เชื่อมต่อกันพอดีจากเหมืองมาโรงถลุงแล้วก็มาที่ร้านจิวเวลรี่ อันเป็นความร่วมมือที่สำคัญที่จะสร้าง new gold hub

“อยากให้ไทยเป็น new gold hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ต้นจนปลายน้ำ ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีการผลิตทองคำและประกอบในเมืองไทย ผู้ประกอบการก็สามารถใช้ FCA (free carrier) เวลาส่งออก

รวมถึงหากเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานนี้ได้ เราก็สามารถชักชวนแหล่งทองคำอื่น ๆ ในแถบนี้ อาทิ กัมพูชา ลาวและเมียนมา ให้มาถลุงทองคำในไทยแทนที่จะไปออสเตรเลียหรือฮ่องกง เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทย นี่จึงเป็นเป้าหมายใหม่ของเราที่อยากจะทำให้สำเร็จ”

ท้ายสุด นายแดเนียลฝากถึงรัฐบาลใหม่ให้เห็นใจชาวบ้าน อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือและสนับสนุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท โดยเป้าหมายที่ทุกบริษัทต่างชาติต้องการนอกเหนือจากกำไรแล้วยังต้องการให้ชุมชนรอบข้างเติบโตควบคู่กับเศรษฐกิจไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหมืองทองอัครา