ITC กวาดรายได้ไตรมาส 3 ปี 2566 โต 23% ธุรกิจแข็งแกร่ง ลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 

ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ITC รายงานผลการดำเนินธุรกิจไตรมาสที่ 3 ปี 2566 กวาดยอดขาย 3,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 23% กำไรสุทธิ 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น

วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายพิชิตชัย วงศ์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566  ITC มีรายได้จากยอดขายรวมที่ 10,829 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,515 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของยอดขายในภูมิภาคอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้อยู่ที่ 49% ของรายได้ทั้งหมด

ในขณะที่เอเชียและโอเชียเนีย 40% และยุโรปอยู่ที่ 11% อีกทั้งสามารถแบ่งสัดส่วนของยอดขายตามประเภทของสินค้าหลัก 3 ประเภท ได้แก่ อาหารแมว 70% อาหารสุนัข 14% ขนมทานเล่นของสัตว์เลี้ยง 12% และธุรกิจอื่น ๆ อีก 4%

แม้ว่าบริษัทจะต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากการสะสมของสินค้าคงคลังของลูกค้าและความต้องการสินค้าที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งส่งผลให้ปี 2566 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับการดำเนินธุรกิจของ ITC อย่างไรก็ตาม เรายังคงมองเห็นสัญญาณบวกจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงที่สะท้อนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 3 และมีแนวโน้มการปรับตัวที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ 

Advertisment

โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทวางเป้าหมายในการรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยของยอดขายรวมที่ 15% ต่อปี ระหว่างปี 2566 ถึง 2568 ด้วยการขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์หลักในการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานระดับโลก การขยายการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ การตอบสนองความต้องการจากกลุ่มค้าปลีกชั้นนำที่ขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร รวมถึงการคว้าโอกาสจากความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมที่กำลังเติบโตทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

ITC ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่และสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงถึง 921 รายการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น อีกทั้งบริษัทยังคงขยายการเติบโตภายในประเทศไทย 

ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงสูตรซูเปอร์พรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์ “Bellotta Nutri+” ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อส่งมอบโภชนาการและคุณประโยชน์สำหรับแมวในทุกช่วงอายุ โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาทางร้านค้าชั้นนำและช่องทางออนไลน์ รวมถึงการขยายแผนการตลาดไปสู่ “premium mass” เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ITC ยังสามารถคว้ารางวัลอันทรงคุณค่าในหลากหลายสาขาจากสถาบันระดับโลก อาทิ

Advertisment
  • รางวัล Best Innovation in Pet Food Manufacturer Asia 2023
  • รางวัล Leading Pet-Centric Company Thailand 2023
  •  รางวัล Leading New Pet Food Manufacturer Asia 2023 จาก Global Business Review Magazine
  • รางวัล Best Innovation in Pet Food Manufacturing Thailand 2023 จาก International Business Magazine

ท้ายที่สุดนี้ ITC ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับ SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนของกลุ่มไทยยูเนี่ยน โดยโรงงานทั้ง 2 แห่งของ ITC ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสงขลา เป็นโรงงานต้นแบบในจำนวน 5 โรงของกลุ่มไทยยูเนี่ยนในการนำร่องด้านกระบวนการผลิตที่เป็นเลิศ (best-in-class manufacturing)

อาทิ โครงการลดการปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ (zero water discharge) ให้สำเร็จภายในปี 2573 นอกจากนี้ทั้ง 2 โรงงานยังมีการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์เพื่อสนับสนุนการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มไทยยูเนี่ยนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42% ในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี 2573 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับโลก ITC ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุดของเราที่พัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของเราจากทั่วโลก รวมถึงเรายังคงเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตนายพิชิตชัยกล่าว