ตั้งทีมสอบ เจ้าหน้าที่คดีหมูเถื่อน อธิบดีลั่นเอาผิดวินัย-อาญา

หมูเถื่อน

ปศุสัตว์ ไม่รอผล DSI เร่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังทนายอัจฉริยะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ 3 คน ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 หากพบข้อเท็จจริงเอาผิดวินัยร้ายแรงแน่

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ถูกกล่าวหา เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรม หลังจากที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรณีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ รวม 3 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เหตุจากตรวจพบเชื้อซาลโมเนลลาในตับหมู 75 ตัน ในห้องเย็นมหาชัย แต่ทำลายเพียง 1.5 ตัน แล้วปล่อยอายัดให้นำไปขายต่อได้

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์

ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้ส่งหนังสือไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอความอนุเคราะห์ข้อมูลและเอกสารหลักฐานตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า DSI ตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเพื่อเบิกทางในการนำเข้าและเคลื่อนย้ายหมูเถื่อนในบ้านผู้ต้องหารายหนึ่ง และได้มีการตั้งคณะกรรมการคู่ขนานตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เกี่ยวข้องจริงหรือไม่ และเกี่ยวข้องในช่วงเวลาใด

หากได้รับข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานที่ยืนยันว่ามีการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ทางกรมปศุสัตว์จะนำเอกสารหลักฐานดังกล่าวมาประกอบการดำเนินการตามกฎหมายอาญาและความผิดทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยด่วนที่สุด

สำหรับข้อเท็จจริงที่กรมปศุสัตว์ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่ชุดพญาไทและตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบที่ห้องเย็นแอลอาร์ห้องเย็น พบตับสุกรนำเข้าจำนวนรวม 75,070 กิโลกรัม โดยสินค้าแบ่งเป็น 2 ชุด และสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ได้แก่ ชุดที่ 1 สุ่มเก็บตัวอย่างตับสุกร จากสินค้าที่มีสติ๊กเกอร์ DE ซึ่งมีปริมาณ 1,530 กิโลกรัม และชุดที่ 2 สุ่มเก็บตัวอย่างตับสุกรจากสินค้าที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ DE ซึ่งมีปริมาณ 73,540 กิโลกรัม ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

และต่อมาได้รับรายงานผลทางห้องปฏิบัติการ ดังนี้ 1.ตัวอย่างตับหมูที่สุ่มเก็บจากสินค้าที่มีสติ๊กเกอร์ DE ตรวจพบเชื้อซาลโมเนลลา ซึ่งไม่เหมาะสมต่อการบริโภค เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดและทำลายเรียบร้อยแล้ว จำนวน 1,530 กิโลกรัม 2.ตัวอย่างตับหมูที่สุ่มเก็บจากสินค้าที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ DE ตรวจไม่พบเชื้อซาลโมเนลลาและเชื้อโรคอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จึงถอนอายัดคืนสินค้าจำนวน 73,540 กิโลกรัม เพราะไม่มีเหตุในการยึดไปทำลาย การดำเนินการถอนอายัดนั้น ผู้ประกอบการสามารถนำเอกสารหลักฐานการอนุญาตนำเข้ามาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่ชุดพญาไทและตำรวจ ปคบ.จึงไม่ได้ดำเนินคดี

ส่วนกรณีที่ร้องทุกข์กล่าวโทษหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรีคนปัจจุบันและพวก ร่วมกันลักลอบนำของกลางตีนไก่ 2 ตู้ไปขายโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และความผิดกฎหมายอื่น ๆ นั้น กรณีนี้กรมปศุสัตว์ยังไม่ได้รับรายละเอียดข้อมูลการร้องเรียนว่าเป็นตีนไก่ตู้ไหนและอยู่ในช่วงเวลาใด

“ยืนยันว่ากรมปศุสัตว์มีระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการทำลายหรือจัดการโดยวิธีอื่นซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ที่ถูกยึดอายัดไว้ กรณีนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2558 โดยมีขั้นตอนการแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายซาก จัดทำรายงานบันทึกการทำลายซาก และการรายงานผล และดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมปศุสัตว์กับกรมศุลกากร เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีที่มีการจับกุมดำเนินคดีลักลอบนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร หากตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดกระทำความผิด ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จะต้องถูกลงโทษโดยไม่มีการละเว้น”


ส่วนการร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอนุรักษ์ ม่วงทิม อดีตหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี โดยอ้างเอกสารที่มีการบันทึกข้อมูลในใบปิดบัญชีของบริษัทที่ลักลอบนำเข้า “หมูเถื่อน” ระบุในช่องไม่มีใบเสร็จว่า จ่ายเงินให้ “หมออ๊อด” 30,000 บาท ถือว่าเป็นการรับสินบนและกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยใบปิดบัญชีที่อ้างถึงนั้น ระบุวันที่ 23 กันยายน 2565 และผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษยังอ้างว่า จากการตรวจค้นห้องเย็นแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ทาง DSI มีหลักฐานเรียบร้อยแล้วนั้น กรมปศุสัตว์ได้ส่งหนังสือไปยัง DSI ดังกล่าว