ราคาน้ำมันดิบ (23 พ.ย. 66) ปรับลด หลังโอเปกพลัสเลื่อนการประชุม

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังโอเปกพลัสประกาศเลื่อนการประชุม

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเลื่อนการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันจากเดิมในวันที่ 25-26 พ.ย. 2566 ไปเป็นวันที่ 30 พ.ย. 2566 เนื่องจากพยายามหารือเกี่ยวกับข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 พ.ย. 2566 อยู่ที่ 77.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.67 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 81.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.49 เหรียญสหรัฐ

นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซา หลังรัฐบาลอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติเรียกร้องให้เปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงเป็นยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิสราเอลตอบโต้กลับในทันทีว่าจะยังคงทำสงครามจนกว่าจะนำตัวประกันทั้งหมดกลับ และแน่ใจว่าไม่มีกลุ่มใดในกาซาสามารถคุกคามอิสราเอลได้อีก

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 พ.ย. 66 ปรับเพิ่มขึ้น 8.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 448.1 ล้านบาร์เรล โดยปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาค โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นก่อนเข้าสู่วันหยุดเทศกาลปลายปี

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาคปรับตัวดีขึ้นกว่าฝั่งยุโรป อีกทั้งอุปทานมีแนวโน้มปรับลดลงจากสต๊อกน้ำมันดีเซลที่คงอยู่ในระดับต่ำ ท่ามกลางอุปสงค์จากฝั่งตะวันตกที่เพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว