ราคาน้ำมันดิบ (6 ธ.ค. 66) ปรับลด หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

ราคาน้ำมันดิบ
Photo by Johannes EISELE/AFP

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และตลาดยังคงกังวลต่อการลดกำลังการผลิตกลุ่ม OPEC+

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการลดอุปทานน้ำมันโดยสมัครใจของกลุ่ม OPEC+ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงไตรมาสแรกของปี 2567

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น 0.41% สู่ระดับ 104.03 ส่งผลให้สัญญาราคาน้ำมันดิบมีความน่าสนใจลดลงจากค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเงินสกุลเงินอื่น

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 5 ธ.ค. 2566 อยู่ที่ 72.32 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.72 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 77.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.83 เหรียญสหรัฐ

ตลาดแรงงานสหรัฐซบเซา หลังการประกาศตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐ จากรายงานของ JOLTS ว่าตำแหน่งงานใหม่ลดลง 0.617 ล้านตำแหน่ง อยู่ที่ระดับ 8.733 ล้านตำแหน่ง ณ เดือน ต.ค. 66 โดยต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 64 และลดลงจากระดับ 9.35 ล้านตำแหน่งจากเดือน ก.ย. 66

หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 ธ.ค. 66 ปรับเพิ่มขึ้น 0.594 ล้านบาร์เรล สวนทางที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.267 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานภูมิภาคปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในแอฟริกาใต้

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินในตะวันออกกลางกับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ยุโรปที่ลดลง หลังอุณหภูมิอากาศสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียสจากค่าเฉลี่ย