นูออโว พลัส ผนึกโกชั่น เดินเครื่องผลิตแบตเตอรี่อีวี เปิดโรงงาน “เอ็นวี โกชั่น”

บริษัท เอ็นวี โกชั่น จำกัด (NV Gotion)

นูออโว พลัส ผนึกโกชั่น เปิดโรงงาน “เอ็นวี โกชั่น” ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังผลิต 2 จิกะวัตต์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 20,000 คันต่อปี สร้างความแข็งแกร่งตลาดรถ EV ไทย

วันที่ 7 ธันวาคม 2566 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ Mr.Li Zhen ประธานกรรมการ บริษัท โกชั่น ไฮเทค จำกัด ร่วมเปิดโรงงานและเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ของบริษัท เอ็นวี โกชั่น จำกัด (NV Gotion) ณ สวนอุตสาหกรรมสยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค 2 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

โดยเอ็นวี โกชั่น เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) และบริษัท โกชั่น ไฮเทค จำกัด (Gotion) ในสัดส่วนการลงทุน 51% และ 49% ตามลำดับ ด้วยทุนจดทะเบียนมากกว่า 600 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายโมดูลแบตเตอรี่และชุดแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนคุณภาพสูงสู่ตลาดภายในปี 2566 ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 2 จิกะวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี หรือประมาณ 20,000 คันต่อปี พร้อมขยายกำลังการผลิตเป็น 8 จิกะวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปีในอนาคต

นายอรรถพลเปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท.มีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ด้วยตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก จึงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบตเตอรี่คุณภาพสูงมาสู่อุตสาหกรรมไทย เพื่อตอบโจทย์ทิศทางธุรกิจพลังงานใหม่ของโลก ภายใต้การดำเนินงานของนูออโว พลัส

ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ซึ่งถือหุ้น 100% โดย ปตท.และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ที่เข้ามาช่วยเร่งพันธกิจการสร้าง EV Value Chain และธุรกิจพลังงานสะอาดของกลุ่ม ปตท.

การเกิดขึ้นของโรงงานประกอบชุดแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนระดับ Gigafactory (จิกะแฟกตอรี่) ในประเทศไทยแห่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยจากการเป็นผู้นำเข้า ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิต และพัฒนาตัวเองสู่การเป็นผู้ส่งออกแบตเตอรี่ลิเทียมในอนาคต

“จากความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างโกชั่นนี้ กลุ่ม ปตท.มั่นใจว่าเอ็นวี โกชั่น จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสามารถรักษาจุดยืนความเป็นผู้นำของฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค ตอบสนองแนวทางของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่ออกมาตรการผลักดันเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้ได้ 30% ในปี 2573 รวมถึงการสนับสนุนเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดตามแผนพลังงานชาติในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน Renewable Energy ไม่น้อยกว่า 50% ได้อย่างแน่นอน“ นายอรรถพลกล่าว