ศาลสั่ง “สหวิริยา” ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หลังใช้หนี้กว่า 11,269 ล้านบาท

นาวา จันทนสุรคน

สหวิริยาสตีลอินดัสตรี เผยศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการตั้งแต่ 13 ธ.ค. 2566 หลังใช้หนี้กว่า 11,269 ล้านบาท ตลอด 34 เดือนที่ผ่านมา มุ่งสร้างความแข็งแกร่ง-เติบโตอย่างยั่งยืน

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เปิดเผยว่า

ตามที่บริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง (“ศาล”) และศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการโดยแต่งตั้งบริษัทฯ เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ (“ผู้ทำแผน”) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและโดยที่แผนฟื้นฟูกิจการได้กำหนดให้ บริษัทฯ เป็นผู้บริหารแผน (“ผู้บริหารแผน”) นั้น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ บริษัทฯ ในฐานะผู้บริหารแผน ได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถบรรลุผลสำเร็จตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการได้ครบเงื่อนไขทุกข้อ กล่าวคือ

1) ชำระหนี้เงินต้นคงค้างให้แก่เจ้าหนี้ทุกรายตามแผนฟื้นฟูกิจการ (รวมถึงการชำระหนี้ด้วยการชำระเงินสด การแปลงหนี้เป็นทุนครั้งที่ 1 และการชำระหนี้เพิ่มเติมจากกระแสเงินสดส่วนเกินในข้อ 2) รวมทั้งสิ้นจำนวน 11,269 ล้านบาท คิดเป็น 20.16% ของภาระหนี้เงินต้นรวมที่ต้องชำระ

2) ชำระหนี้เงินต้นคงค้างจากกระแสเงินสดส่วนเกิน รวมทั้งสิ้นจำนวน 2,563 ล้านบาท คิดเป็น 22.75% ของจำนวนหนี้ที่ได้ชำระหนี้เงินต้นในข้อ 1

3) ชำระหนี้ตามแผนของแผนฟื้นฟูกิจการ โดยไม่ผิดนัดชำระหนี้ติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลา 34 เดือน นับจากวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไข เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 เป็นต้นมา

และ 4) ผู้บริหารแผนและบรรดาเจ้าหนี้ที่มีจำนวนหนี้รวมกันไม่น้อยกว่า 75% ของจำนวนหนี้คงค้างของเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า บริษัทฯ มีศักยภาพและมีความพร้อม ตลอดจนมีความสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้หลังจากออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

บริษัทฯ จึงได้ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ โดยเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ศาลได้พิจารณาคำร้องและมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ตามมาตรา 90/70 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483


“บริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจการของบริษัทฯ ให้มีความแข็งแกร่ง เติบโตต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการฟื้นฟูกิจการที่ให้การสนับสนุนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้การฟื้นฟูกิจการประสบความสำเร็จ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่านที่ยังคงเชื่อมั่นบริษัทฯ เสมอมา บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านต่อไปในอนาคต“