เปิด 5 แนวทางช่วยประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมการต่อยอดอาชีพอย่างยั่งยืน

ธรรมนัส พรหมเผ่า

ธรรมนัส รมว.เกษตรฯ เปิดสัมมนาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 9/2566 เปิด 5 แนวทางช่วย ปลดล็อกปัญหาประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมการต่อยอดอาชีพอย่างยั่งยืน

วันที่ 24 ธันวาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 9/2566 พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากตัวแทนสมาชิกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย

โดยมี ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดระนอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หาดประพาส ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง


ธรรมนัส พรหมเผ่า

สำหรับการประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และหาแนวทางการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านให้คงอยู่อย่างยั่งยืนระหว่างสมาชิกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 67 กลุ่ม

ซึ่งอาชีพประมงพื้นบ้าน เป็นกลุ่มอาชีพที่กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญและมุ่งพัฒนาแนวทางการประกอบอาชีพอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ด้านเครื่องมือประมง และด้านเรือที่ใช้ในการทำประมง ตลอดจนแหล่งเงินทุนและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ประมง เพื่อเพิ่มมูลค่าของสัตว์น้ำ สร้างความมั่นคงในอาชีพประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเสนอนโยบายการประมงและพัฒนาคุณภาพชีวิตประมงพื้นบ้าน เพื่อหาทิศทางในการช่วยเหลือพี่น้องประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริมและต่อยอดการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านให้แก่ชาวประมงในพื้นที่จังหวัดระนอง และจังหวัดใกล้เคียง ตามแนวทางนโยบาย “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ประกอบด้วย 1) การสร้างกลไกความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเล เพื่อฟื้นฟูการประมงทะเล และอุตสาหกรรมการประมง 

2) การผลักดันให้ประมงพื้นบ้านมีการขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมงอย่างถูกกฎหมาย 3) การจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 4) การฟื้นฟูทรัพยากรและแหล่งประมง อาทิ การผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยสู่ธรรมชาติปีละ 100-150 ล้านตัว และการจัดสร้างปะการังเทียมมากกว่า 500 แห่ง ใน 20 จังหวัดชายฝั่งทะเล เป็นต้น 

5) การส่งเสริมและการสร้างมูลค่าแก่สินค้าประมงพื้นบ้าน เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์แปรรูปประมงอย่างมีมาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค อาทิ การออกตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียวสำหรับสินค้าประมง และ 6) การส่งเสริมองค์ความรู้สำหรับการต่อยอดอาชีพ ตลอดจนแนวทางการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าให้แก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อโอกาสในการเพิ่มรายได้อย่างทั่วถึง

“สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง กระทรวงเกษตรฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ ในขณะนี้ได้เร่งจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคประมง จำนวน 19 ฉบับ พร้อมเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้การประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว