ธรรมนัส ดึง 8 โมเดิร์นเทรด ขึ้นราคารับซื้อหมู แก้วิกฤต

ธรรมนัส พรหมเผ่า

ธรรมนัส จัดเวทีหารือรักษาเสถียรภาพราคาหมู ดึงรัฐ-เอกชน 8 โมเดิร์นเทรดขึ้นราคารับซื้อ แก้วิกฤตราคาหมูตกต่ำ

วันที่ 4 มกราคม 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือแนวทางการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร ทั้งหน่วยงานรัฐ อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมการค้าภายใน พร้อมด้วยภาคเอกชน โมเดิร์นเทรด 8 รายใหญ่ สมาคมและชมรมผู้เลี้ยงสุกร กลุ่มเกษตรกรรายย่อย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

'ธรรมนัส’ ดึง 9 โมเดิร์นเทรดขึ้นราคารับซื้อหมู แก้วิกฤต

ร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาสุกรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรรายย่อยได้รับผลกระทบขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันหามาตรการในการลดต้นทุนการผลิต และการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร

ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดเวทีประชุมหารือระหว่างเกษตรกรรายย่อย และผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้ง 8 ราย ช่วยกันรักษาเสถียรภาพราคาสุกร ไม่ให้กระทบกับราคาต้นทุนของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ ยินดีให้ความช่วยเหลือ และจะหามาตรการร่วมกันกับกรมปศุสัตว์และกรมการค้าภายในกำหนดราคาสินค้าสุกรช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้สามารถขายสินค้าสุกรในราคาที่เป็นธรรม และไม่กระทบกับผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการลดปัญหาการกดราคาจากพ่อค้าคนกลางด้วย

“การหารือในครั้งนี้ เบื้องต้นเป็นการขอความร่วมมือร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ร่วมกันขึ้นราคารับซื้อหมู โดยยึดราคาที่ทางสมาคมผู้เลี้ยงหมูแห่งประเทศไทยกำหนดในแต่ละภาคด้วยเพื่อจะได้อยู่ได้ทั้งเกษตรกรและห้างค้าปลีก จากข้อสรุปที่ได้พูดคุยกันวันนี้จะมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมการค้าภายใน ซึ่งเราไม่ได้ตรึงราคา แต่จะดูต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อยแล้วจะใช้วิธีถอยกันคนละก้าวเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่ด้วยกันได้โดยจะพยายามไม่ให้ราคากระทบกับผู้บริโภค“

สำหรับในส่วนของการแก้ไขปัญหาราคาต้นทุนการผลิตที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชทดแทน คือ ข้าวโพด และถั่วเหลือง ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร นำร่อง 500 ตำบล สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ให้เกษตรกรต่อไป

โดยภาคเอกชน 8 โมเดิร์นเทรด ได้แก่

  • บริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จํากัด หรือ เบทาโกรช็อป
  • บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน) หรือ Big C
  • บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ Makro
  • บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด หรือ Lotus’s
  • บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดส์ รีเทล จำกัด หรือ TOP
  • บริษัท ไทย ฟู้ดส์ เฟรช มาร์เก็ต
  • บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด
  • บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติและผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรขอให้โมเดิร์นเทรดอย่านำสินค้าประเภทหมูมาจัดกิจกรรมโปรโมชั่นที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสถานการณ์ราคาหมูก่อนหน้าที่จะมีการหารือร่วมกันครั้งนี้ ราคาขายปลีก 99-105 บาท/กก. และเมื่อการเรียกหารือในวันเดียวทางโมเดิร์นเทรดขยับราคาขายปลีกขึ้นไปเป็น 118-120 บาท/กก.


แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเกษตรกรหวังว่าราคาขายปลีกควรจะปรับขึ้นเป็น 130 บาท/กก. เพื่อทำให้ราคารับซื้อหน้าฟาร์มปรับขึ้นจากปัจจุบัน 66 บาท เป็น 70-72 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่ทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรอยู่ได้ แม้ว่ายังต่ำกว่าข้อเรียกร้องเดิมที่เกษตรกรขอให้ราคาหน้าฟาร์มเป็น 80 บาท/กก.