เปิดเงื่อนไข สินเชื่อลดโลกร้อน กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี คิกออฟ มี.ค. 67

กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดให้ผู้ประกอบการขอสินเชื่อลดโลกร้อน สูงสุดถึงรายละ 20 ล้านบาท วงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ พร้อมลุ้นประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติรอบแรก 60 ราย มี.ค. 2567 นี้

วันที่ 12 มกราคม 2567 นางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า ภายใต้ปีงบประมาณ 2567 (1 ต.ค. 2566-30 ก.ย. 25 67) กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้เปิดโครงการสินเชื่อลดโลกร้อน วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการปรับปรุง หรือลงทุนในกิจการสำหรับการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.ผู้ประกอบการจะต้องลงทุนในกิจการสำหรับการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร 2.กระบวนการดำเนินงานจะต้องเข้าข่ายในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อม 4.ต้องใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ภายใต้วงเงินรายละตั้งแต่ 1-20 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี ดอกเบี้ยพิเศษ 1-3 ปีแรก 3% ในปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR

สำหรับการพิจารณาหากเอกสารครบถ้วน จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน โดยมีคณะกรรมการจังหวัด คณะอนุกรรมการกองทุน ในการพิจารณาภายในเดือน มี.ค. 2567 นี้ กลุ่มแรกประมาณ 60 ราย วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท จะได้รับการอนุมัติจากที่ได้เริ่มยื่นคำขอมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2566

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการยื่นคำขอสินเชื่อลดโลกร้อนแล้วกว่า 1,900 ล้านบาท จำนวน 158 ราย ทั้งนี้ กรอบวงเงินสามารถขยายเพิ่มเติมได้เป็น 2,000 ล้านบาท หากมีจำนวนผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ทั้งนี้ ยังคงมีวงเงินเหลืออีกประมาณ 1,500 ล้านบาท (วงเงินทั้งหมด 3,500 ล้านบาท) จะเน้นให้ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเงินไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจด้าน AI และซอฟต์พาวเวอร์ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สำหรับยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ NPL ของกองทุนอยู่ที่ 882.38 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% จากยอดวงเงินที่ปล่อยไป 13,000 ล้านบาท ซึ่งทางกองทุนและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ซึ่งเป็นผู้พิจารณาร่วมไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างติดตามผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ประกอบการที่เริ่มมีปัญหาการผ่อนชำระหนี้ เริ่มตั้งแต่เดือนที่ 1 จะมีการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำปรึกษาช่วยเหลือทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงเดือนที่ 3 ก่อนจะเข้าข่ายการเป็นหนี้ NPL

สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2566 มีวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ รวม 1,401.22 ล้านบาท จำนวน 678 ราย จากโครงการสินเชื่อปี 2560 โครงการสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ, สินเชื่อปี 2564 โครงการสินเชื่อเสริมพลัง สร้างอนาคตเอสเอ็มอีไทย, สินเชื่อปี 2565-2566 โครงการสินเชื่อสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี และโครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอี เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น รวมทั้งช่วยเหลือที่ได้รับผลกระทบจากโควิด


ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจสามารถสมัครสินเชื่อได้ผ่านเว็บไซต์ของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ www.thaismefund.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เคยขอสินเชื่อตัวอื่นสามารถขอสินเชื่อลดโลกร้อนเพิ่มเติมได้