ร้านธงฟ้า 1.4 แสนแห่ง พร้อมรับดิจิทัลวอลเลต เช็กจังหวัดไหนร้านธงฟ้ามาก-น้อยสุด

“ภูมิธรรม” นำร้านธงฟ้า 146,531 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมเปิดเงื่อนไข ซื้ออะไรได้และซื้ออะไรไม่ได้ และใครเข้าโครงการได้ ขั้นตอนการลงทะเบียนและคุณสมบัติผู้มีสิทธิการได้เงิน

วันที่ 25 เมษายน 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ผ่านซูเปอร์แอป ว่า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมสนับสนุนให้ร้านธงฟ้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ และน่าจะมีร้านค้าปลีกรายย่อย และผู้ค้าปลีกที่เป็นบุคคลธรรมดาเข้าร่วมด้วย ส่วนจะมีจำนวนเท่าไรที่เข้าร่วม คาดว่าหลังจากที่เปิดให้ลงทะเบียนจะทราบแน่ชัด แต่น่าจะมีครบทุกอำเภอแน่นอน

สำหรับการลงทะเบียนของทั้งประชาชนและร้านค้าปลีกของโครงการนี้ คาดว่าจะลงทะเบียนได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2567 นี้ ผ่านซูเปอร์แอป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดทำรายละเอียดทั้งหมด ส่วนการจัดทำซูเปอร์แอปจะใช้งบประมาณมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับกับคณะทำงานเป็นผู้พิจารณา ส่วนแอปพลิเคชั่นเป๋าตังก็จะเข้าไปดูด้วยเช่นกันว่าจะนำมาต่อยอดอย่างไรได้บ้าง และคาดว่าจะเริ่มใช้โครงการได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้

“จากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปตรวจสอบร้านธงฟ้าอย่างละเอียดมากขึ้น จำนวน ศักยภาพในการเข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีการขยายขอบเขตการใช้โครงการจาก 4 กิโลเมตร เป็นอำเภอเพื่อให้ประชาชน ร้านค้า สามารถเข้าถึงโครงการได้มากขึ้น เพราะเป็นโครงการแจกเงิน 10,000 บาทเพียงครั้งเดียว ภายใน 6 เดือนที่ให้มีการใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเลต ที่ตลาดดวงแก้ว จ.นนทบุรี ซึ่งก็พบว่าร้านค้าก็มีความพร้อมที่จะให้บริการกับประชาชน

Advertisment

รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน ระบุว่า ร้านค้าธงฟ้าที่กระทรวงพาณิชย์ดูแล และมีการดำเนินการอยู่รวมทั้งสิ้น 146,531 ร้านค้า โดยจังหวัดที่มีจำนวนร้านค้าธงฟ้ามากที่สุด เช่น กรุงเทพมหานคร 4,445 ร้านค้า ขอนแก่น 4,896 ร้านค้า เชียงใหม่ 4,153 ร้านค้า นครราชสีมา 4,916 ร้านค้า ศรีสะเกษ 4,508 ร้านค้า อุบลราชธานี 5,314 ร้านค้า เป็นต้น

ส่วนจังหวัดที่มีร้านธงฟ้าน้อย เช่น นครนายก 462 ร้านค้า จันทบุรี 778 ร้านค้า ตราด 504 ร้านค้า ระนอง 609 ร้านค้า สมุทรสงคราม 503 ร้านค้า สิงห์บุรี 494 ร้านค้า อ่างทอง 667 ร้านค้า สมุทรสาคร 562 ร้านค้า เป็นต้น

เปิดคำถามการใช้เงินดิจิทัล
อย่างไรก็ดี ประชาชนส่วนใหญ่ยังให้ความสงสัยถึงการดำเนินโครงการ เงินดิจิทัล 10,000 บาท และมีคำถามคาใจ จะใช้อย่างไร ซื้ออะไรได้บ้างเงินที่ใช้ในโครงการมาจากไหน ทั้งนี้ จะเปิดข้อชี้แจงของโครงการดิจิทัล 10,000 ดังนี้

กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร
กลุ่มเป้าหมายที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ คือ ประชาชนที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน มีสัญชาติไทย ณ เดือนที่มีการลงทะเบียนอายุเกิน 16 ปี ไม่เป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี และมีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

Advertisment

เงื่อนไขการใช้จ่าย
(1) ระหว่างประชาชนกับร้านค้า ใช้จ่ายเชิงพื้นที่ในระดับอำเภอ (878 อำเภอ) การชำระเงินต้องเป็นแบบพบหน้า (Face to Face) กำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็กที่รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก

(2) ระหว่างร้านค้ากับร้านค้า ร้านค้าที่จะรับการใช้จ่ายจากประชาชนต้องเป็นร้านค้าขนาดเล็ก รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กโดยไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ส่วนร้านค้าที่สามารถรับการใช้จ่ายจากร้านค้า ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเชิงพื้นที่และขนาดร้านค้า

สินค้าอะไรที่ซื้อได้
สำหรับประเภทสินค้าที่สามารถซื้อผ่านโครงการนี้ ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ทุกประเภท สินค้าอุปโภค-บริโภค

ยกเว้นสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ (Negative List) ซึ่งได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชาและกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สามารถพิจารณากำหนด Negative List เพิ่มเติมได้ โดยการใช้จ่ายตามโครงการ ไม่รวมถึงบริการ

คุณสมบัติและเงื่อนไขร้านค้าที่เข้าโครงการ
คุณสมบัติและเงื่อนไขของร้านค้าที่สามารถถอนเงินสดจากโครงการ ต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี ดังนี้
(1) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) หรือ
(2) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax : PIT) เฉพาะผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร หรือ
(3) ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax CIT) ทั้งนี้ ร้านค้าไม่สามารถถอนเงินสดได้ทันทีหลังประชาชนใช้จ่าย แต่ร้านค้าจะสามารถถอนเงินสดได้เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่ในรอบที่ 2 เป็นต้นไป

ที่มาของเงินที่เแหล่งข้าโครงการ
แหล่งเงินมีแนวทางเกี่ยวกับแหล่งเงินสำหรับการดำเนินโครงการ รวมเป็นเงิน 500,000 ล้านบาท ได้แก่
(1) เงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวนประมาณ 152,700 ล้านบาท (2) การดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ จำนวนประมาณ 172,300 ล้านบาท
(3) การบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวนประมาณ 175,000 ล้านบาท