Skip to content

กรมวิทย์เปิดผลตรวจข้าวจำนำ 10 ปีไร้ปัญหา อคส.เปิดประมูล พ.ค. นี้

20 พ.ค. 2567 | 15:52น.
กรมวิทย์เปิดผลตรวจข้าวจำนำ 10 ปีไร้ปัญหา อคส.เปิดประมูล พ.ค. นี้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดผลตรวจสอบข้าว 10 ปี ไม่พบสารปนเปื้อน มีคุณค่าทางโภชนาการ กินได้ ด้านกรมการค้าเผยใน เผยข้าวในโครงการรับจำนำเป็นข้าวลอตสุดท้าย 15,000 ตัน รับหลังตรวจสอบคุณภาพ อคส.เตรียมประกาศระบายข้าว 10 ปี สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 นี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยในการแถลงข่าวผลการตรวจข้าวที่ได้รับจากกระทรวงพาณิชย์ กรณีสารเคมีตกค้าง การปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา และคุณภาพของข้าวด้านสารอาหารและอื่น ๆ ด้วยระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ว่า

กรณีข้าวที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีการส่งมาตรวจนั้นมีจำนวน 2 ตัวอย่าง คือ ข้าวปริมาณ 3 กิโลกรัม และ 5 กิโลกรัม โดยส่งมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา และทางกรมวิทย์มีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจมาก จึงได้ทำการตรวจทันที โดยใช้นักวิทยาศาสตร์เป็น 10 คน ในการตรวจซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพและมีการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด พร้อมยืนยันไม่ได้รับแรงกดดันแต่อย่างไรและดำเนินการแบบตรงไปตรงมา

สำหรับผลการตรวจในด้านที่ 1 คุณภาพทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม พบว่า มีสิ่งแปลกปลอมทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ส่วนใหญ่จะเป็นเศษของมอดทั้ง 3 ชนิดที่พบบ่อยในข้าวสาร ผลการตรวจ 4 ตัวอย่าง พบว่ามีตัวอย่างที่ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่ตัวอย่างเดียว คือ ข้าวสารใหม่ที่เป็นตัวอย่างควบคุม ส่วนอีก 1 ตัวอย่างเป็นข้าวเก่าที่ซื้อจากร้านค้าก็มีมอดปนอยู่แต่ไม่มาก แต่ตัวอย่างข้าวที่กระทรวงพาณิชย์ส่งมา พบว่ามีเศษขาแมลงและมีมอดอยู่จำนวนเยอะกว่ามาก

ทั้งนี้ มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.4000-2560 ระบุไว้ว่า ข้าวหอมมะลิไทยต้องปราศจากแมลงและไรที่มีชีวิต ดังนั้น ถ้าเอามาตรฐานสินค้าเกษตรมาเทียบ ก็จะไม่ผ่าน 3 ตัวอย่าง คือ ข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ และข้าวเก่าในร้านค้า ด้านที่ 2 ด้านความปลอดภัย จะตรวจสารอะฟลาท็อกซิน (B1+B2+G1+G2) และเชื้อราอีก 7 ตัว ได้แก่ Deoxynivalenol, Fumonisins (B1+B2), Ochratoxin A, Citrinin, Trichothecenes HT-2 toxin, Trichothecenes T-2 toxin และ Zearalenone พบว่าการตรวจครั้งแรกไม่พบสารตกค้างดังกล่าว

โดยซึ่งมีการตรวจซ้ำอีก 1 รอบ เพื่อตรวจสอบ ทั้งที่มาตรฐาน ISO/IEC 17025 กำหนดให้ทำเพียง 1 ครั้ง ก็ไม่พบสารตกค้างเช่นกัน ส่วนการตรวจหาสารตกค้างของสารรมควันได้ตรวจครบ 3 ตัว ได้แก่ hydrogen phosphide, bromide ion และ ethylene oxide และเพิ่มการตรวจสารกำจัดศัตรูพืช 250 ชนิด ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ใช้ตรวจในกองด่านอาหารและยา ผลปรากฏว่าไม่พบเลย

ส่วนการตรวจโลหะหนัก อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตราย มีความปลอดภัย แม้จะพบสารตะกั่วที่ 0.009 ในทั้ง 4 ตัวอย่าง แต่ก็พบน้อยกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 0.2 อยู่ถึง 200 เท่า เช่นเดียวกับตรวจหาสารหนู ที่พบว่าตัวอย่างข้าวจากกระทรวงพาณิชย์พบที่ 0.126 และ 0.146 และข้าวตัวอย่างควบคุม 2 ตัวอย่าง พบที่ 0.151 และ 0.122 ซึ่งน้อยกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 0.2 ดังนั้น ด้านโลหะปนเปื้อนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ด้านคุณค่าทางโภชนาการ คิดว่าจะเป็นอาหารได้หรือไม่ได้ ต้องดูอย่างละเอียด เพราะเรามองเห็นประโยชน์จากผลการตรวจครั้งนี้ ตัวชี้วัดอยู่ที่คุณค่าทางโภชนาการ จะสังเกตเห็นว่าทั้ง 2 ตัวอย่างที่กระทรวงพาณิชย์ส่งมา และ 2 ตัวอย่างที่ซื้อมาจากรอบกระทรวงมีคุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างกัน เราจึงเชื่อว่า ถ้าถามว่าข้าวตรงนี้ยังสามารถให้คุณค่าทางอาหารหรือไม่

“ถ้าดูตรงนี้ ทั้ง 4 ตัวอย่างไม่แตกต่างกัน แต่ต้องไปดูเรื่องแรกคือ มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.4000-2560 ที่ไม่ให้มีสิ่งปนเปื้อนมานั้นประกอบด้วย นอกจากนี้ การตรวจหาวิตามินและแร่ธาตุที่คาดว่าจะเสื่อมสลายไป แต่ปรากฏว่าข้าว 4 ตัวอย่างมีวิตามินและแร่ธาตุไม่แตกต่างกัน นี่คือสิ่งที่กรมวิทย์ได้ตรวจมาตลอด 10 วันที่ผ่านมา”

ข้าวรัฐลอตสุดท้าย

ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สำหรับข้าวในสต๊อกของรัฐบาลจากโครงการรับจำนำข้าว เหลืออยู่ทั้งหมด 2 คลัง ใน จ.สุรินทร์ คือ คลังกิตติชัย จำนวน 11,665.65 ตัน คิดเป็น 112,711 กระสอบ และคลังพูนผล 3,356.59 ตัน คิดเป็น 32,879 กระสอบ รวมทั้งหมด 15,013.24 ตัน คิดเป็น 145,590 กระสอบ ซึ่งเป็นข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลลอตสุดท้าย

ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่าข้าวเก็บมานาน มีค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระของผู้ประกอบการในการรมยา ดูแลรักษา และไม่สามารถนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้จึงเป็นที่มาว่ากระทรวงพาณิชย์ อยากจะระบายข้าวและนำเงินกลับมาคืนเป็นรายได้ของรัฐเอง

โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้าวในคลัง พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างข้าว ที่กระทรวงได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ (Surveyor) คือ บริษัท โคเทคนา อินสเปคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

ซึ่งเป็นบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นบริษัทที่มีมาตรฐานในการปฏิบัติ โดยการเก็บตัวอย่างข้าวจะมีการผ่ากรอง 15 ชั้น เพื่อให้ได้ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุด ซึ่งเราผ่าทุกกรองและเก็บตัวอย่างมาเพื่อให้มีความมั่นใจ ทุกขั้นตอนมีการเปิดเผยในสายตาของสื่อมวลชน มีความโปร่งใส จากนั้นจึงได้ส่งตัวอย่างมาตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ส่วนการระบายข้าวจำเป็นต้องระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ว่าเป็นข้าวลอต 10 ปีได้หรือไม่ ทาง อคส.ต้องไปดูรายละเอียด แต่อย่างที่มีการรายงานผลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่พบว่าคุณภาพข้าวที่มาจากคลังสินค้า และข้าวใหม่ในตลาดไม่มีความแตกต่างกันนั้น อย่างไรก็ตามคงต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการนำข้าวดังกล่าวมาจำหน่ายต้องมีขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพข้าว นำสิ่งแปลกปลอมที่ปนอยู่ออกก่อน จึงจะนำมาจำหน่ายได้ ส่วนจะสามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้หรือไม่นั้น กรมการค้าต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งอาจจะมีการตรวจหาสารเคมีซ้ำหรือไม่ ก็ต้องไปดูรายละเอียด

อคส.เตรียมประมูลข้าว

นายกฤษณรักษ์ ใจดี รักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า หลังจากที่มีผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวที่มีการเก็บรักษาไว้ใน 2 คลังดังกล่าวออกมาว่ามีคุณภาพนั้น ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการตรวจสอบและวางกรอบการทำงานเพื่อการประกาศขายข้าว ทั้งหมด 15,013.24 ตัน คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ทาง อคส.จะประกาศจำหน่ายข้าวในสต๊อกเป็นการทั่วไป