“พัชรวาท” ถกโรดแมปลดก๊าซเรือนกระจก ปี 2573

“พัชรวาท” ถกโรดแมป ลดก๊าซเรือนกระจก ตามกรอบปี 2573 เพื่อเร่งเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอนกับทุกภาคส่วน พร้อมเคาะแผน เข้าถึงกลไกทางการเงินระหว่างประเทศ กำชับทุกหน่วยงานเร่งมือเต็มที่

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 1/2567 ที่มีพลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
ชี้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในทุกสาขา ภายในปี พ.ศ. 2573

จากการยกระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากเดิมร้อยละ 20-25 เทียบกับกรณีปกติ เป็นร้อยละ 30 (ดำเนินการเอง) และร้อยละ 40 หากได้รับการสนับสนุนระหว่างประเทศ ตามร่างแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ที่ได้มีการเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร ร้อยละ 0.7

โดยมุ่งเน้นการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ร้อยละ 22.5 ภาคขนส่ง ร้อยละ 8.2 ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 0.3 ภาคของเสีย ร้อยละ 1.6

ทั้งนี้ ผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 60.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการดำเนินงาน เนื่องจากยังห่างจากเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ดำเนินการเองอีก 2 ใน 3 ส่วนพลตำรวจเอกพัชรวาท กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด

Advertisment

ทั้งนี้ ในส่วนของการขอรับการสนับสนุนระหว่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้จัดทำและพร้อมเผยแพร่กรอบการขอรับการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศ ขั้นตอนและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) เพื่อเป็นเครื่องมือให้ทุกภาคส่วนใช้ในการขอรับการสนับสนุนเงินต่อไป ซึ่ง กนภ.ได้ให้ความเห็นชอบในการประชุมครั้งนี้ด้วยแล้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุม กนภ.ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

(1) เห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน คมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม เกษตร และของเสีย จะนำไปปฏิบัติ
เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ร้อยละ 30-40 จากกรณีปกติภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)

โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอร่างแผนปฏิบัติการต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาตามขั้นตอนการนำเสนอแผนระดับที่ 3 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

Advertisment

(2) เห็นชอบต่อร่างรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการรายสาขาปี พ.ศ. 2564 ซึ่งแสดงให้เห็นความก้าวหน้าในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564
รวม 60.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) จากเป้าหมายประมาณ 184.8 MtCO2eq ในปี พ.ศ. 2573 (กรณีดำเนินการเอง) โดยมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำไปประกอบการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปี (Biennial Transparency Report : BTR) ฉบับที่ 1

(3) เห็นชอบในหลักการต่อร่างบันทึกความตกลง (Letter of Agreement) และเอกสารโครงการ (Project Document) ของโครงการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 1 (BTR1) และรายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ร่วมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนลงนามในเอกสารดังกล่าว

และเร่งจัดทำรายงาน BTR ฉบับที่ 1 ซึ่งจะต้องส่งให้สำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567

(4) สำหรับโครงการของการเคหะแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยสีเขียวประหยัดพลังงานได้เห็นชอบในหลักการต่อร่างบันทึกความตกลงโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตร
ต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบ (5) ร่างกรอบการพิจารณาขอรับการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และ (6) ร่างขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอโครงการ
ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว เพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วนในการเข้าถึงแหล่งเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) เพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ