กกร.บีบโรงสกัด รายงานการรับซื้อผลปาล์มทุกวัน

ปาล์ม

ประชุม กกร. เห็นชอบให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม แจ้งข้อมูลรับซื้อผลปาล์ม การผลิตน้ำมันปาล์ม ปริมาณคงเหลือ อัตราสกัดน้ำมันปาล์ม ราคาผลปาล์มและน้ำมันปาล์ม รายวันจากที่ให้แจ้งรายเดือน คาดเริ่มภายในเดือนมิถุนายน 2567 นี้

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานที่ประชุม ที่ประชุมได้มีการเสนอให้มีการปรับเพิ่มความถี่ในการแจ้งข้อมูลรับซื้อผลปาล์ม การผลิตน้ำมันปาล์ม ปริมาณคงเหลือ อัตราสกัดน้ำมันปาล์ม ราคาผลปาล์มและน้ำมันปาล์มของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ตามประกาศ กกร. จากเดิม แจ้งเป็นรายเดือน เป็นแจ้งเป็นรายวัน

ทั้งนี้ เพื่อที่จะติดตามการรับซื้อราคาผลปาล์ม และป้องกันการกดราคา ที่จะส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ เบื้องต้น ที่ประชุม กกร. เห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมให้โรงสกัด แจ้งข้อมูลการรับซื้อ การผลิต ปริมาณคงเหลือ มาที่กรมการค้าภายใน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยคาดว่าหลังจากที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย จะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนมิถุนายน 2567 นี้

นอกจากนี้ ในที่ประชุม กกร. ยังคงรายการสินค้าควบคุม 57 รายการ เหมือนเดิมด้วย

ชงแก้ปัญหาปาล์ม

เมื่อวันนี้ (10 มิถุนายน 2567) มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม ซึ่งเป็นการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งที่ 2 ของรัฐบาล มีการหารือและติดตามตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งในไตรมาสที่ 1/2567 และในที่ประชุม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เสนอ 7 มาตรการแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ

Advertisment

โดยเฉพาะการหารือประเด็นเกี่ยวกับผู้ค้ามาตรา 7 ต้องซื้อน้ำมัน B100 ตามราคาประกาศโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน อย่างเคร่งครัด สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานในที่ประชุม มีมติเห็นชอบแนว 7 มาตรการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ดังนี้

7 มาตรการ

1.ทบทวนคำสั่งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลไกบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มชุดใหม่ โดยให้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการ และแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม 5 จังหวัดภาคใต้ เพิ่มเติม จากเดิม 5 จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และนครศรีธรรมราช) เป็น 7 จังหวัด เพิ่มเติม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง และจังหวัดระนอง

2. มอบหมายกระทรวงพลังงาน พิจารณาดำเนินการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซื้อน้ำมัน ไบโอดีเซล (บี 100) ตามราคากลางที่กำหนด (หรือราคาประกาศจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน) และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาต่อไป

3. เห็นชอบการปรับเพิ่มความถี่ในการแจ้งข้อมูลรับซื้อผลปาล์ม การผลิตน้ำมันปาล์ม ปริมาณคงเหลือ อัตราสกัดน้ำมันปาล์ม ราคาผลปาล์มและน้ำมันปาล์มของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จากเดิม แจ้งเป็นรายเดือน เป็น แจ้งเป็นรายวัน โดยมอบกรมการค้าภายใน เสนอต่อ กกร. ต่อไป

Advertisment

4. เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานคงมาตรการการใช้น้ำมันดีเซล B7 ต่อไป 5.มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันให้เกิดความยั่งยืน อาทิ (1) มอบกรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ (2) มอบกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ขยายการผลิตเมล็ดภัณฑ์ปาล์มคุณภาพ โดยให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม (3) มอบกรมวิชาการเกษตร ค้นคว้าแนวทางยับยั้งการระบาดของโรคการ์โนเดอร์ม่า (4) มอบกรมส่งเสริมการเกษตร ขึ้นทะเบียนและฝึกอบรมคนตัดปาล์ม (5) มอบกรมการค้าภายใน ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งและศึกษาแนวทางจัดทำเครื่องตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมัน

6. มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม จัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าจากปาล์มน้ำมันที่มีมูลค่าสูง

7.มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากน้ำมันปาล์ม เพื่อเป็นการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ