เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ส.อ.ท. เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยง หลังนายกฯพ้นตำแหน่ง รัฐ-เอกชน ร่วมฟื้นความเชื่อมั่น

29 ส.ค. 2568 | 16:33น.
เกรียงไกร เธียรนุกุล

เกรียงไกร เธียรนุกุล

ส.อ.ท. เตือนเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยง หลังนายกฯพ้นตำแหน่ง รัฐ-เอกชน ต้องร่วมฟื้นความเชื่อมั่น

“การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับว่าเสถียรภาพทางการเมืองเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และกระทบต่อการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว” นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าว

นายเกรียงไกรชี้แจงว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2568 ซึ่งรวมถึงโครงการลงทุนต่าง ๆ ชะงักลงได้ แต่เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสฟื้นตัว หากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันวางมาตรการรองรับได้ทันการณ์

นายเกรียงไกรวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยง เช่น ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้า โดยในเดือนมิถุนายน 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 10,907.53 ล้านบาท ลดลง 32.29% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 (MOM) และลดลง 23.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) การปรับอัตราภาษีส่งออกและเจรจากับสหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลต่อการส่งออกสินค้าหลัก

เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ GDP ไทยครึ่งปีหลังเติบโตต่ำกว่าที่เคยคาดไว้

“หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายสำคัญ เช่น การเจรจาภาษีกับสหรัฐ การแก้ไขปัญหาชายแดน การจัดการอุทกภัย และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ

ซึ่งในช่วงเวลาที่เสถียรภาพทางการเมืองยังไม่แน่นอนเช่นนี้ ภาครัฐต้องสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและประชาชน เพิ่มงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะแรงงาน และสนับสนุนการเข้าถึงเงินทุนสำหรับ SMEs รวมทั้งทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อวางแผนการดำเนินงานในระยะกลางและระยะยาว” นายเกรียงไกรกล่าว

ทั้งนี้ ภาคเอกชนต้องปรับตัวเชิงรุก เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดต้นทุนและแข่งขันในตลาดโลก พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดโลก เช่น สินค้าเทคโนโลยีและบริการดิจิทัล หันมาลงทุนในนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ และระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันของไทยในตลาดโลก รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างธุรกิจต่างสาขา เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุนและการเข้าถึงตลาด

“ความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในสถานการณ์เช่นนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญ หากเราวางแผนและดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง แม้การเมืองไม่มั่นคง แต่เศรษฐกิจไทยจะยังคงสามารถฟื้นตัว สร้างโอกาสการเติบโต และรักษาความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนได้” นายเกรียงไกรกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท. เกรียงไกร เธียรนุกุล