ลุ้นเลือกตั้งปรับโหมดประเทศ บิ๊กธุรกิจรอจังหวะสปีดลงทุน

ยักษ์ธุรกิจไทย-เทศลุ้นการเมืองนิ่ง-ต่อเนื่อง อั้นลงทุนหลังเลือกตั้ง “เสี่ยบุณยสิทธิ์” ค่ายสหพัฒน์ ออกโรง “ประยุทธ์” มีโอกาสเป็นรัฐบุรุษ ชี้รัฐบาลใหม่ไม่ต่อเนื่องทำประเทศถอยหลัง 10 ปี หวั่นผลพลิกล็อก ต่างชาติแห่โยกลงทุนเวียดนาม ยักษ์รับเหมา-คีรี ดันเร่งลงทุนเมกะโปรเจ็กต์-อีอีซี “ไอคอนสยาม” ลงแน่ 7 หมื่นล้าน ค่ายรถยนต์-โอสถสภาจี้แก้หนี้ครัวเรือน

 

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 8 ปี วันที่ 24 มีนาคม 2562 นักธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย เสนอวาระด้านนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจ ผ่าน “ประชาชาติธุรกิจ” รัฐบาลใหม่ต้องมีความต่อเนื่อง และเสถียรภาพการเมืองนิ่ง ทลายข้อจำกัดการลงทุน เสริมสร้างบรรยากาศในการลงทุนทั้งจากต่างชาติและการลงทุนในประเทศ

รัฐบาลไม่ต่อเนื่องถอยหลัง 10 ปี 

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า เกือบ 10 ปีที่ไม่มีการเลือกตั้ง ครั้งนี้ประชาชนตื่นตัวมาก หากรัฐบาลหลังเลือกตั้งมีความต่อเนื่องจากชุดเดิม รู้ทิศทางเศรษฐกิจ พรรคไหนก็ได้ ขอให้ต่อยอดนโยบายเดิม ประเทศไทยอาจแซงสิงคโปร์ได้ แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะกลายเป็นถอยหลังไป 10 ปี

“นักธุรกิจต่างชาติเขารอแน่นอน รอดูผลการเลือกตั้งหลัง 24 มีนาคม จะได้รู้ว่าก้าวหน้าหรือถอยหลัง จะบินขึ้นหรือตกลงมา สำคัญมาก ผมว่าเมืองไทยมีพระสยามเทวาธิราช คิดว่าคงไม่ผิดพลาด ถ้ารัฐบาลต่อเนื่องไปได้จะไม่มีปัญหาเลย แต่ถ้าพลิกล็อกนะ ก็น่าเศร้า เวียดนามกับอินโดนีเซียจะยิ้มเลย นักลงทุนก็จะหันเหไปทางนั้นหมด ผมคิดอย่างนี้นะ” นายบุณยสิทธิ์กล่าว

ประธานเครือสหพัฒน์กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกอึดอัดที่พรรคการเมืองบางพรรคพูดเหมือนจะพลิกนโยบายใหม่ แต่คิดว่าพ่อค้าจะรู้ว่านโยบายอันไหนถูกอันไหนผิด หากผลเลือกตั้งพลิกล็อก ภาพที่จะเห็นทันทีคือ นักธุรกิจต่างชาติจะไม่เข้ามาลงทุน จะไปลงทุนเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาเยอะขึ้น ไทยอาจต้องตามหลังเวียดนาม

“แต่ถ้าเราคิดตรงนี้ภูมิศาสตร์ของเมืองไทยก็น่าจะเป็นจุดศูนย์กลางอาเซียนได้ เราก็จะได้เปรียบ”

“ประยุทธ์” มีโอกาสเป็นรัฐบุรุษ

ประธานเครือสหพัฒน์ตอบคำถามที่ว่า ส่งสัญญาณให้พนักงานในเครือเลือกพรรคไหนว่า “คนไทยต้องไปเลือกตั้ง เขตไหนมีภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้ลงคะแนนให้ได้ ไม่ผิด เขามีโอกาสเป็นรัฐบุรุษ”

ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งทำให้เกิดรัฐบาลใหม่ ไม่ต่อเนื่องจากรัฐบาลเก่า นายบุณยสิทธิ์คาดว่า “ก็ต้องพิจารณาถอยหลัง แทนที่จะบุก แต่ตอนนี้ยังไม่พิจารณา รอผลวันที่ 24 เลือกตั้งก่อน”

“เราไม่เล่นการเมืองอยู่แล้ว เราไม่ได้หนุนพรรคไหน ไม่มีหนุน แต่รู้ว่าพรรคไหนถูกต้องพรรคไหนไม่ถูกต้อง อยากให้คนคิด เราอยู่ในธุรกิจมา 65 ปี เราดีลมาแล้วทุกรูปแบบ”

หลังเลือกตั้งลงทุนต่อ

นายบุณยสิทธิ์กล่าวถึงทิศทางการลงทุนของเครือสหพัฒน์ว่า หากรัฐบาลมีความต่อเนื่อง จะเดินหน้าลงทุนต่อไป ทั้งในเขตอีอีซีและการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งในปีนี้ประเทศไทยมีวาระสำคัญคือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเป็นประธานกลุ่มอาเซียนด้วย ทำให้ชาวโลกหันมาโฟกัสเมืองไทย

ยักษ์รับเหมาให้เร่งเมกะโปรเจ็กต์ 

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) กล่าวว่า ในแง่ของธุรกิจ แน่นอนถ้าออกมาเป็นสูตรที่ประชาชนรับไม่ได้ ก็อาจจะยุ่งยากหน่อย แต่ถ้าออกมาแบบเข้าใจกฎกติกาก็เป็นเรื่องที่ดีต่อภาคธุรกิจ เพราะนักลงทุนก็รอการลงทุน รอคำตอบ รอโอกาส แต่ถ้ากลัวการเมืองจนไม่ลงทุนก็ไม่ใช่วิสัยคนไทย ซึ่งธุรกิจต้องเดินหน้าทุกวัน ไม่ได้หยุด

“รัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอให้เดินหน้าลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ช้ามาก แต่อยากให้เร่งเร็วขึ้น จัดลำดับความสำคัญของโครงการ ไม่ว่ารถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง เพราะยิ่งสร้างเร็ว จะยิ่งส่งผลดีต่อจีดีพีของประเทศให้เติบโตขึ้น จากงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญคนจะได้มีงานทำ ซึ่งบีทีเอสพร้อมจะร่วมประมูลทุกโครงการที่เป็นอินฟราสตรักเจอร์ เพราะเป็นธุรกิจหลักของบริษัทอยู่แล้ว”

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กล่าวว่า ต้องมาดูว่ารัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพแค่ไหน คาดว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาก็คงจะมาสานต่อโครงการเก่า แต่ก็มั่นใจว่าจะทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจมีการขยายต่อไปอีก ประกอบกับรัฐบาลจากการเลือกตั้งน่าจะทลายข้อจำกัดการลงทุนของต่างชาติในบางประเทศได้

ทั้งนี้ เมื่อเอกชนและต่างชาติมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมีความต่อเนื่อง ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ โครงการในพื้นที่อีอีซี จะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น การบริโภคจะกลับมา ส่วนในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างยังเชื่อว่าน่าจะยังมีแนวโน้มที่อย่างน้อยก็ทรงตัวหรือดีขึ้น

ไอคอนสยามลงทุนแน่ขอแค่นิ่ง

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยทำเลดี ต้นทุนทางธุรกิจดี จึงเป็นโอกาสที่ทุนต่างชาติจากฮ่องกง สิงคโปร์ ย้ายเข้ามาลงทุนและตั้งไทยเป็นฮับทางธุรกิจเพื่อขยายไปยังประเทศโดยรอบ ถ้าประเทศสงบสุข มีการแก้กฎหมายที่ทำให้ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนได้อย่างสะดวกมากขึ้น ไม่อลวนอลเวง จะทำให้เมืองไทยมีโอกาสที่ดีมาก

“รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องรีบทำให้ประเทศสงบสุข ภาคเอกชนก็จะได้ทำมาค้าขายกันได้เต็มที่ และต้องมีนโยบายชัดเจนที่จะฉกฉวยโอกาสการเป็นพี่ใหญ่ในอาเซียนให้สำเร็จ ต้องชัดเจนเกี่ยวกับการดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนและปั้นไทยเป็นฮับอาเซียน บริษัทได้วางงบฯลงทุนช่วง 5 ปีจากนี้ 7 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการเมืองขนาดใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จะลงทุนในการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ และขยายธุรกิจค้าปลีกที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจหลักเพื่อเสริมศักยภาพของบริษัท รุกธุรกิจการจัดส่งสินค้า โลจิสติกส์ และธุรกิจด้านนวัตกรรม”

โอสถสภา-ฮอนด้าจี้แก้หนี้

นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมให้ดีขึ้น ขอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนก่อนเป็นอันดับแรก

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มั่นใจว่า การเลือกตั้งจะสร้างความชัดเจนทางนโยบายขึ้น โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แต่สิ่งที่กังวลคือหนี้ครัวเรือน ปัจจัยเศรษฐกิจในและต่างประเทศที่ยังคงมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ก็ยังเชื่อว่ามีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง

เร่งแผนจัดสรรคลื่นรับ 5G

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า 5G จะสร้างมิติใหม่ของการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านด้านสังคมของประเทศไทย จำเป็นที่ภาครัฐต้องกำหนดกลยุทธ์ของประเทศ เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ให้ได้มากที่สุด โดยดีแทคเชื่อว่า 5G จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่หลากหลายในอนาคต เช่น ระบบสาธารณสุขทางไกล การลดข้อผิดพลาดในสายงานผลิต รวมทั้งการเกษตรที่ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจงานจัดการภายในฟาร์ม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จาก 5G ต้องมีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

“เราเชื่อว่าภาครัฐควรจะสนับสนุนระบบเปิด และสร้างนวัตกรรมผ่านกรอบความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดสรรคลื่นความถี่และการออกใบอนุญาตที่รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นเพื่อการขยายโครงข่ายให้รวดเร็ว ทั้งนี้ 5G ต้องการคลื่นความถี่เป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ และการตอบสนองสัญญาณที่มีค่าความหน่วงต่ำ (low latency) ประเทศจึงจำเป็นต้องมีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ที่ระบุชัดว่า มีคลื่นความถี่ใดที่สามารถนำมาใช้งานได้ จะนำมาจัดสรรได้เมื่อไร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนคลื่นความถี่เพื่อการลงทุนระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ”

อมตะฯแนะเร่งสานต่อ EEC 

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะนักลงทุนยังต้องการให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะโครงการอีอีซี การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐในรูปแบบ PPP ทั้งสนามบิน รถไฟ ท่าเรือ มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องดำเนินการและสานต่อ เพื่อให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม S-curve หากไม่เดินหน้านโยบาย EEC ต่อจะทำให้เกิดการตัดสินใจลงทุนสะดุดแน่นอน

สอดคล้องกับนายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) กล่าวว่า โครงการ EEC คือการลงทุนที่ทำให้เกิดอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นในประเทศ ดังนั้นจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ

ด้านนายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานและประธานคณะกรรมการสายแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานมากกว่า เพราะเป็นจุดเริ่มต้นซึ่งมีผลต่อภาคอุตสาหกรรมในอนาคต เป็นห่วงโซ่ดึงกันไปในทิศทางที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในภาพรวมเติบโตไปได้

ขอเอสเอ็มอีเข้าถึงทุน

นายคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด คาดว่าหลังการเลือกตั้ง เป็นทิศทางที่ดีของประเทศ ไทย เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน มีความพร้อมในด้านการลงทุนมากกว่าประเทศอื่น ๆ เป็นโอกาสดีที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุน ซึ่งจะทำให้ประเทศเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

“หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามา อยากให้ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนบริการทางด้านการเงินให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น เพราะปัจจุบันกลุ่มเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินได้ยากลำบากมาก อันเนื่องมาจากข้อกำหนดต่าง ๆ ทำให้การดำเนินธุรกิจมีต้นทุนที่สูงขึ้น และโอกาสความสำเร็จก็จะยากขึ้นเช่นกัน”

หวังแก้จนไม่มีม็อบต้านผู้นำ

นางฐิตารี อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด จิณณ์ เวลบีอิ้งเคาน์ตี้ กล่าวว่า นักธุรกิจทุกคนเรียกหาประชาธิปไตย เชื่อมั่นว่าการเมืองจะเริ่มนิ่งขึ้น เชื่อว่าผู้นำประเทศไม่ทำอะไรที่เดิม ๆ จนผู้คนต้องลุกฮือขึ้นมาอีก ต้องดูแลในประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มากขึ้น และหวังว่าทุกอย่างจะเดินไปข้างหน้าได้

“เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเป็นใครก็ตาม ควรเริ่มเข้าสู่โหมดพัฒนาประเทศต่อ ๆ ไป เพื่อให้ภาคธุรกิจที่เตรียมความพร้อมมานานได้เดินหน้าไปด้วยพร้อม ๆ กัน และสิ่งสำคัญที่รัฐบาลใหม่ควรโฟกัสคือ ช่วยเหลือคนจนก่อนเป็นอันดับแรก

อุตสาหกรรมจี้รื้อเขต SEZ

แหล่งข่าวจากภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการที่รัฐควรเลิกคือ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) เนื่องจากไม่มีการลงทุน อุตสาหกรรมไม่ตรงกับพื้นที่เป้าหมาย ไม่ช่วยให้เกิดการค้าที่เป็นไปได้จริง งบประมาณที่ลงทุนไปสูญเปล่า ขณะที่ใช้เวลาในความพยายามมานานหลายปี นอกจากนี้เอกชนยังคงเห็นว่ากฎหมายหลายฉบับที่ควรรื้อ เช่น การขึ้นทะเบียน อย. การขอใบอนุญาต มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่ยุ่งยากซ้ำซ้อน เป็นต้น

อย่าบิดเบือนกลไกตลาดข้าว

นายวัลลภ พิชญ์พงศา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ก็ขอให้ยึดหลักการสำคัญว่าในการดำเนินนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมข้าว จะต้องไม่บิดเบือนกลไกตลาด สร้างดีมานด์เทียม เหมือนที่ผ่านมา กระทบต่ออุตสาหกรรมข้าวอย่างมาก และอาจมีการกำหนดเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือ

“เจโทร” บี้แก้ปัญหาศุลกากร 

นายฮิโรกิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า นักลงทุนญี่ปุ่นได้ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งของไทย เรายังมีความเชื่อมั่นเหมือนเดิม และเชื่อว่านโยบายการส่งเสริมการค้าการลงทุนสำหรับต่างประเทศจะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

“เราไม่ได้ยึดติดว่าไทยจะเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ หรือมาจากพรรคการเมืองใด แต่ถ้าหากแนวทางปฏิบัติ หรือนโยบายส่งเสริมต่าง ๆ ยังดำเนินการต่อไปก็จะเป็นสิ่งที่ดี ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้า การลงทุน เช่นระบบภาษี ขั้นตอนศุลกากรและขั้นตอนที่ใช้เวลานาน เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลไทย”

แก้กม.-ลดขั้นตอนทำธุรกิจ

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการเร่งด่วนคือ การเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศ พร้อมทั้งขอให้ลดขั้นตอนของการขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

ส่วนสิ่งที่ต้องการให้มีการทบทวนหลักคือ เรื่องกฎหมายที่ยังมีความล้าหลัง และเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ

เร่งเบิกงบฯช่วงสุญญากาศ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาล และการเดินหน้าการทำงานของรัฐบาลใหม่ น่าจะใช้เวลาประมาณไตรมาส 4 ของปี 2562 ซึ่งระหว่างนั้นจะเกิดสุญญากาศ การตัดสินใจลงทุน การดำเนินการต่าง ๆ ก็จะยังทำไม่ได้เต็มที่ ซึ่งเศรษฐกิจประเทศก็อาจไม่เติบโตมาก

ดังนั้น ระหว่างนี้ควรมีการเบิกจ่ายงบประมาณที่จะต้องดำเนินการ เดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียน

คลิกอ่านเพิ่มเติม..“บิ๊กตู่” จุดแตกหักเลือกตั้ง 62 เดดล็อก พปชร. แพ้ไม่ได้ คสช.ล่ม!

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ