เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

รับน้องโครงการประกันยาง พ่อค้าทุบราคารัฐจ่ายอ่วม

02 ต.ค. 2562 | 12:00น.

รับน้องโครงการประกันยางพารา เกษตรกรตั้งข้อสังเกตมีกระบวนการไล่ทุบราคายางในประเทศตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมจนราคาน้ำยางสดเหลือ 3 โล 100 ส่วนยางแผ่นรมควันชั้น 3 ร่วงเหลือ กก.ละ 38 บาท ต่ำสุดในรอบ 17 ปี หวั่นรัฐบาลควักกระเป๋าจ่ายเงินชดเชยอ่วม

รัฐบาลเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกรตามที่ได้หาเสียงไว้แล้วโดยเริ่มจาก โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2562-2563 และได้ประกาศจะขับเคลื่อน โครงการประกันราคาเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นโครงการต่อไป  โดยจะมีการหารือ 3 ฝ่าย(รัฐ-เอกชน-ตัวแทนชาวสวนยาง) เพื่อหาข้อสรุปมาตรการประกันรายได้ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้

ทุบราคายางรับโครงการประกัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเข้ามาว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศที่จะเริ่มต้นประกันรายได้ให้กับชาวสวนยาง ปรากฏราคายางพาราในประเทศได้ “ตก” ลงทันที โดยราคายางแผ่นดิบท้องถิ่น ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 อยู่ที่ กก.ละ 36.85 บาท จากระดับราคาเฉลี่ยในระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-24 กันยายน 2562 อยู่ที่ประมาณ 38 บาท/กก. ราคาน้ำยางสด ณ โรงงาน กก.ละ 37.80 บาท จากระดับราคาเฉลี่ยระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-27 กันยายนอยู่ที่ กก.ละ 39-40 บาท และราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ณ ตลาดกลางยางพาราสงขลา ได้ตกลงมาเหลือแค่ กก.ละ 38.49 บาท จากระดับราคาเฉลี่ยระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-25 กันยายนอยู่ที่ กก.ละ 41-42 บาท

โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ตามราคาการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 อยู่ที่ กก.ละ 38.49 บาทนั้นถือว่า “ต่ำสุด” ในรอบ 17 ปี นับจากเดือนกันยายน 2545 และมีการตั้งข้อสังเกตถึงความ “ผิดปกติ” ของราคายางภายในประเทศดูเหมือนว่ากลุ่มบริษัทผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของประเทศจะพร้อมใจกันแจ้งราคาลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมจากเหตุผลอย่างเป็นทางการที่ว่า บริษัท Chongqing Commercial Chemical ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางแท่งอันดับ 1 ของจีนและอันดับ 5 ของโลกจะหยุดกิจการ ส่งผลให้ราคายาง RSS หรือยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ตลาดโตคอมที่จะส่งมอบในเดือนมีนาคม 2563 ลดลง 2.9% ขณะที่ราคายางแท่ง (STR 20) สำหรับส่งมอบในเดือนมกราคม 2563 ตลาดสิงคโปร์ลดลง 2.8% “ผู้ส่งออกยางยืนยันว่าในช่วงนี้ยังรับซื้อยางตามปกติ ราคายางที่ปรับลดลงทั้งระบบไม่ใช่เป็นการทุบราคาเพื่อรอโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลแต่อย่างใด” ผู้ส่งออกยางรายหนึ่งกล่าว

หวั่นสวมสิทธิเข้าโครงการ

ทั้งนี้ในโครงการประกันราคาเกษตรกรชาวสวนยางที่นำเสนอโดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีการตั้งงบประมาณในการดำเนินการทั้งหมด 16,927,337,875 บาท กำหนดราคาประกันรายได้ยางพารา 4 ประเภทคือ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 กก.ละ 60 บาท, ยางแผ่นดิบคุณภาพดี กก.ละ 58 บาท, น้ำยางสด (DRC 100%) กก.ละ 56.50 บาท และยางก้อนถ้วยหรือยางเครป (DRC 100%) กก.ละ 50 บาท การประกันรายได้จะใช้ “ราคาอ้างอิง” ตามประกาศเหมือนกับการประกันรายได้ให้กับชาวสวนปาล์ม โดยโครงการน่าจะเริ่มได้ในเดือนตุลาคม 2562-มีนาคม 2563

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางได้ตั้งข้อสังเกตถึงทิศทางราคายางในประเทศที่ค่อนข้าง “ผิดปกติ” อยู่ในขณะนี้ กล่าวคือมีการแจ้งราคารับซื้อลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น จะส่งผลให้รัฐบาลจะต้องจ่ายเงิน “ชดเชย” ส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ยางที่ กก.ละ 60 บาทกับราคาอ้างอิงที่จะถูกประกาศออกมาทันทีที่เริ่มต้นโครงการมากกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ โดยราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 จากที่เคยอยู่ในระดับ กก.ละ 40-41 บาท (ถ้าราคาอ้างอิงเป็น กก.ละ 41 บาท) รัฐบาลก็จะต้องจ่ายชดเชยแค่ กก.ละ 19-20 บาท แต่ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ในปัจจุบันตกลงมาอยู่ที่ กก.ละ 38 บาทกว่า ส่งผลให้รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวสวนยางมากกว่า กก.ละ 22 บาท

“เรากลัวกันว่าจะเกิดการสวมสิทธิเกษตรกรชาวสวนยางพารา ถ้ารัฐไม่เข้ามาควบคุมดูแลในส่วนนี้ เนื่องจากราคายางพาราในตลาดโลกตกต่ำลง” เกษตรกรชาวสวนยางตั้งข้อสังเกต

น้ำยางสดร่วง 3 โล 100

นายไพรัช เจ้ยชม ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดพัทลุง จำกัด กล่าวถึง สถานการณ์ยางพาราตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนเป็นต้นมาว่า น้ำยางสดราคา 33 บาท จากราคา 36 บาท/กก. โดยราคาลงมาถึง 3 บาท/กก. สำหรับบางพื้นที่และยังมีแนวโน้มจะลงอีก ทั้งนี้การขยับราคายางลงมาเป็นโอกาสให้กลไกการตลาด “ทุบราคาลงมาด้วย” ถือว่าเป็นการต้อนรับนโยบายประกันราคายางพาราของรัฐบาลภายในเดือนตุลาคม 2562 นี้ที่เคยหาเสียงไว้ว่า รัฐบาลจะทำให้ยางพาราขึ้นไป โดยยางรมควัน 60 บาท/กก. และน้ำยางสดประมาณ 57 บาท/กก.

นายสมพงศ์ ราชสุวรรณ ประธานกลุ่มน้ำยางสดบ้านพรุเตียว อ.นาทวี จ.สงขลา กล่าวว่า ราคายางเคลื่อนไหวถดถอยตกลงมามากตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน โดยโรงงานอุตสาหกรรมน้ำยางข้นส่งออกราคา 37 บาท/กก. และเข้ามาซื้อยางตามหมู่บ้านราคา 34-35 บาท/กก. โดยโรงงานอ้างว่า “ส่งออกไม่ได้” สต๊อกของโรงงานเหลือค้างเป็นจำนวนมาก

รัฐอัดฉีดสภาพคล่อง ธ.ก.ส.

ด้านการประกันรายได้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มที่ได้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรงวดที่ 1 วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ไปแล้วนั้น นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2562-2563 กล่าวว่า ราคาตลาดอ้างอิงจะใช้ระหว่างวันที่ 12 ส.ค.-25 ก.ย 62 (งวดแรก) ปาล์มน้ำมัน (เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%) กก.ละ 2.68 บาท จากราคาเป้าหมายประกันรายได้ กก.ละ 4 บาท

ดังนั้น ธ.ก.ส.จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร กก.ละ 1.32 บาท เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน รวมผลผลิตทั้งหมดไม่เกิน 2,906 กิโลกรัม หรือผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ไร่ละ 363.25 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับเกษตรกรได้รับเงิน 11,987.25 บาทต่อครัวเรือน โดยสามารถรับเงินได้ในวันที่ 1 ต.ค. 2562 ไปอีก 45 วันก็จะมีการประกาศราคาตลาดอ้างอิงงวดที่ 2 ต่อไป

ขณะที่นายสมเกียรติ กิมาวะหา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.เตรียมวงเงินไว้รองรับการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน 13,378 ล้านบาท ซึ่งคำนวณมาจากจำนวนเกษตรกร 300,000 ราย และการเคลม (เงินชดเชย) กำหนดไว้ต้องจ่ายภายใน 3 วัน ส่วนการประกันรายได้ให้กับชาวสวนยางพารานั้น “ธ.ก.ส.ยังรอฟังนโยบายอยู่ และไม่ว่าจะเป็นนโยบายแบบไหนมา โดยสภาพคล่อง ณ ปัจจุบัน ธ.ก.ส.ก็พอมีอยู่” นายสมเกียรติกล่าว

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเข้ามาว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณ ปี 2562 จากงบฯกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินเป็นจำนวน 10,000 ล้านบาท ให้กับ ธ.ก.ส.เพื่อลดจำนวนลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาล สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2559/60 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 26,779 ล้านบาทเศษลง เพื่อไม่ให้ภาระที่เหลืออยู่สูงจนเกินไป ซึ่งในกรณีนี้ นายสมเกียรติยอมรับว่า การที่ ธ.ก.ส.ได้รับจัดสรรงบประมาณข้างต้นคืนมาทำให้ธนาคารมีสภาพคล่องเพิ่มเติมในการดำเนินนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางพารา