เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
ดูทั้งหมด

“ธนาคารโลก” คาดจีดีพีไทยปีนี้หด 5% ใช้เวลานาน 2 ปีฟื้นตัว

30 มิ.ย. 2563 | 17:43น.

ธนาคารโลกเปิดตัวรายงาน “ตามติดเศรษฐกิจไทย: ประเทศไทยในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” ในวันนี้ (30 มิถุนายน) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยจะหดตัวลงราว 5% ในปี 2020 นับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจหดตัวลงมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โดยธนาคารโลกได้สำรวจผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจของไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า มาตรการควบคุมโรคระบาดได้ส่งกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของไทย จากการที่ห่วงโซ่อุปทานและภาคการส่งออกทั่วโลกอ่อนตัวลง ส่วนภาคการท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็น 15% ของจีดีพีไทยก็หยุดชะงักเช่นเดียวกัน

ขณะที่มาตรการจำกัดการเดินทางภายในประเทศก็ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคเอกชนไทยลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาคการค้าปลีกและภาคบริการ โดยยอดการขายสินค้าคงทนลดลงเกือบ 12% ในช่วงไตรมาส 1/2020 นอกจากนี้ ความต้องการใช้จ่ายที่อ่อนแอและราคาพลังงานที่ลดลง ยังส่งให้อัตราเงินเฟ้อของไทยลดลงอย่างรวดเร็วและอัตราว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ไทยมีมาตรการรับมือกับผลกระทบจากโควิด-19 หลายมาตรการ ซึ่งรวมแล้วคิดเป็น 12.9% ของจีดีพี โดยแบ่งได้เป็น มาตรการช่วยเหลือภาคครัวเรือนและโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเศรษฐกิจชุมชนคิดเป็น 5.9% ของจีดีพี โดยเม็ดเงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการกู้ยืม

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้มีมาตรการรักษาสภาพคล่องของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนคิดเป็น 2.4% ของจีดีพี และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ภาคเอสเอ็มอีราว 2.9% ของจีดีพี ทั้งยังมีมาตรการลดภาษีและการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ผู้ประกอบการและภาคครัวเรือนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การระบาดของโควิด-19 ก็ส่งผลให้ภาคครัวเรือนของไทยอ่อนแอ ธนาคารโลกคาดว่าจำนวนผู้มีรายได้ต่ำกว่า 5.5 ดอลลาร์สหรัฐ/วัน (ราว 169 บาท) จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากประมาณ 4.7 ล้านคนในไตรมาส 1/2020 เป็น 9.7 ล้านคนในไตรมาส 2/2020 ก่อนที่จะค่อย ๆ ลดลงสู่ระดับ 7.8 ล้านคนในไตรมาส 3/2020

ซึ่งธนาคารโลกยังระบุด้วยว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยยังคงมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอนและยังต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นตัวด้านต่าง ๆ ทั้งด้านอุปสงค์ภายในประเทศและการเดินทางเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน ขณะที่ การฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานและการส่งออก รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นปัจจัยภายนอกที่จะมีผลต่อระยะเวลาในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยด้วย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 ปี จึงจะกลับมาฟื้นตัวในระดับเดียวกันกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจีดีพีไทยในปี 2021 คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.1% และในปี 2022 คาดว่าจะขยายตัวราว 3.6% ทั้งนี้ ธนาคารโลกระบุว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต้องอาศัยมาตรการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเยียวยาภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการที่เปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย ครอบคลุม และบูรณาการ

ส่วนในระยะยาวไทยควรพัฒนาด้านแรงงาน โดยมีนโยบายและโครงการเพิ่มพูนทักษะในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความยืดหยุ่นทางการคลัง และการใช้งบประมาณอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ไทยมีความพร้อมสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้