จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เดินหน้าประกันรายได้ต่อยอด Bio Economy

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ “ประกันรายได้ พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย” จัดโดยเครือมติชน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ว่า นโยบายประกันรายได้พืชเกษตร จัดเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ กล่าวคือ ต้องรับนโยบายประกันรายได้ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไปสู่ประชาธิปไตย และการบริหารแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีผลผูกพันต่อรัฐบาล

“วันนี้ถือว่า นโยบายประกันรายได้เกษตรกร เดินหน้ามาเข้าปีที่ 3 และกำลังจะขึ้นปีที่ 4 โดยโครงการประกันรายได้เกษตรกรสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยผ่านผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ 5 รายการ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ เป็นตัวช่วยในยามที่ราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ำ

ซึ่งรัฐบาลก็มีกลไกเข้าไปช่วยเหลือดึงราคาพืชเกษตรให้เกษตรกรมีรายได้ เช่น ข้าวเปลือกเจ้าประกันที่เกวียนละ 10,000 บาท ถ้าราคาข้าวเปลือกต่ำกว่าประกัน เกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างจากรายได้ เช่น หากขายได้ 8,000 บาท จะได้รับส่วนต่าง 2,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชีผ่านธนาคาร ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรขึ้นทะเบียน”

5 พืชราคาดีทุกตัว

ทุกวันนี้พืชเกษตรมีราคาดีเกือบทุกตัว อย่างยางพารา ที่เคยวิจารณ์ว่า 3 โล 100 วันนี้ยางแผ่นดิบราคาเกิน 60 บาทต่อ กก.แล้ว และไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง, น้ำยางข้นประกันรายได้ กก.ละ 57 บาท วันนี้ราคา 67 บาทต่อ กก., ยางก้อนถ้วยหรือขี้ยาง สมัยก่อนกิโลกรัมละ 12-15 บาท วันนี้กิโลกรัมละ 27 บาทแล้ว ล่าสุดที่จังหวัดเลย กิโลกรัมละ 29 บาท หรือมันสำปะหลัง เมื่อก่อน 1.70-1.80 บาทต่อ กก. วันนี้ราคา 2.50-2.70 บาทต่อ กก.



ข้าวโพด ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท วันนี้ราคา 10.00-10.50 บาทต่อ กก. ส่วนปาล์มน้ำมัน ก่อนหน้านี้อยู่ที่ประมาณ กก.ละ 2 บาท วันนี้ปาล์มสูงสุดถึง 12 บาทต่อ กก. จากที่ประกันรายได้ กก.ละ 4 บาท เท่ากับ “สูงกว่า” รายได้ที่ประกันถึง 4 เท่า ส่งผลให้พืชเกษตรราคาดีเกือบทุกตัว แม้แต่ผลไม้ก็ยังมีราคาดี อย่างทุเรียน เฉลี่ย กก.ละ 120 บาทต่อ กก. มังคุดเกรดส่งออก บางช่วง กก.ละ 220 บาท โดยเฉลี่ยถือว่าราคาดี

3 ปีอัดฉีดเงิน 5 แสนล้าน

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การประกันรายได้ทำให้มีเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 450,000-500,000 ล้านบาท ที่สำคัญสามารถฟื้นเศรษฐกิจฐานรากช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้ จะเห็นว่าตั้งแต่มีนโยบายประกันรายได้ ไม่มี “ม็อบเกษตรกร” เข้ามาเลย นโยบายนี้เป็นตัวช่วยยามที่พืชเกษตรตกต่ำ ช่วยพยุงชีวิต พยุงรายได้ ให้เกษตรกรอยู่ได้ และการประกันรายได้ไม่มีการทุจริต มันมีกระบวนการตรวจสอบ-การรับรองจากเจ้าหน้าที่ โดย ธ.ก.ส.เป็นผู้ตรวจบัญชี และโอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกรเลย

ในอนาคตสินค้าเกษตรยังเป็นสินค้าที่มีรากฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศต้องส่งเสริมสนับสนุนต่อไป “เราไม่ควรไปด้อยค่าการเกษตร หลายประเทศที่ไม่มีเกษตร เมื่อถึงเวลาเกิดโควิด-วิกฤตโลก ข้าวก็ไม่มีจะกิน คนไทยอย่างน้อยมีข้าวกิน มีพืชเกษตรบริโภค คือรากฐานความเป็นเราที่ต้องรักษาไว้”

แต่การประกันรายได้เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องพัฒนาภาคเกษตรด้วย โดยการปรับสู่การพัฒนาต่อยอดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป้าหมายที่ควรเดินหน้าขับเคลื่อนคือ “เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy)” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ Bio Economy จะต้องถูกขับเคลื่อนและเป็นอนาคตเศรษฐกิจตัวหนึ่งของไทยต่อไปอย่างเข้มข้นและให้สัมฤทธิผลได้จริง

3 คีย์เวิร์ดขับเคลื่อน ศก.

ขณะที่ภาคการส่งออกได้พิสูจน์แล้วว่า ประเทศไทยมีศักยภาพ มีดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ หรือ “กรอ.พาณิชย์” ที่ได้ริเริ่มขึ้น โดยรัฐบาลไม่ปล่อยให้เอกชนเดียวดาย จับมือร่วมกัน ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกในปี 2564 ประเทศไทยสามารถทำเงินเข้าประเทศถึง 8.5 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 17.1% จากเป้าที่ตั้งไว้ 4% ซึ่งหมายถึงขยายตัวมากกว่า 4 เท่าที่ตั้งไว้ และนี่คือความสำเร็จร่วมกันในการทำงาน

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวแม้จะประสบปัญหา แต่ต้องถือว่าเป็นเป้าหมายหลักต่อไป เมื่อการเดินทางข้ามประเทศข้ามประเทศได้เมื่อไหร่ การท่องเที่ยวไทยต้องรีบฟื้นให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศต่อไป คู่กับการส่งออกและภาคการเกษตร

สุดท้าย “soft power” ยังเป็นสิ่งที่ต้องแทรกไปในทุกอณูของภาคการผลิตสินค้าและบริการของไทยเพื่อขายไปต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคบริการที่เราได้เริ่มดิจิทัลคอนเทนต์ โดยการสนับสนุนทำแอนิเมชั่น ภาพยนตร์ โดยฝีมือคนไทยไม่แพ้ใครในโลก กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเสริม และตนได้มอบเป็นนโยบายให้เร่งผลักดันส่งเสริมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ ต้องแทรก soft power เพื่อขายความเป็นไทย


“ประเทศไทยมีเสน่ห์ มีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะคนไทยที่ไม่มีใครก๊อบปี้ได้ ที่จะเป็นจุดขายสำคัญ ทั้งหมดนี้จะนำรายได้เข้าประเทศมหาศาลและจะช่วยให้เศรษฐกิจเราฟื้นได้เร็ว และเศรษฐกิจฐานรากยังคงชีวิตอยู่ได้ด้วยการเกษตร Bio Economy ต่อไปในอนาคต” นายจุรินทร์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ