เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

วิกฤตต้นทุน ดอกเบี้ยขาขึ้น ธุรกิจรัดเข็มขัด-ชะลอลงทุนใหม่

18 มิ.ย. 2565 | 12:02น.
ไทย เศรษฐกิจ ภูมิอากาศ

ธุรกิจปรับแผนรับมือวิกฤต “เงินเฟ้อ” ทั้งราคาพลังงาน-ค่าไฟฟ้า-วัตถุดิบพุ่งไม่หยุด จุดเปลี่ยน “ดอกเบี้ยขาขึ้น” กระทบต้นทุนธุรกิจพุ่งทุกมิติ ฝ่ายวิจัยทีทีบีชี้ธุรกิจอ่วมส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ “เอสเอ็มอี” เจอผลกระทบดอกเบี้ยหนักสุด เพราะทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นเงินกู้

เคแบงก์เผยเอสเอ็มอีแห่ขอวงเงินสินเชื่อตุนสภาพคล่องรับมือช่วงยากลำบาก พร้อมสัญญาณชะลอการลงทุนใหม่ “เอสซีจี-กระทิงแดง” รีวิวแผนธุรกิจรายเดือน “เอไอเอส” ยึดนโยบายรัดเข็มขัด ฟากธุรกิจโรงแรมเหนื่อยหนักแบกภาระดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่ม “เซ็นทารา” ปรับแผนเอาต์ซอร์ซ ลดต้นทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตอีกหลายตัว ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกันนี้ยังมีสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม กนง.ในเดือน ส.ค.นี้ หมายถึงต้นทุนการเงินที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีก

และล่าสุด นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็ยอมรับว่ามีแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) งวด ก.ย.-ธ.ค. 2565 จะปรับขึ้นมากกว่า 40 สตางค์ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นอีก

ธุรกิจแบกต้นทุน-ส่งผ่านไม่ได้

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี (ttb analytics) กล่าวว่า ตอนนี้การส่งผ่านต้นทุนจากผู้ผลิตมายังผู้บริโภคยังทำได้ไม่หมด เห็นได้จากตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคที่โต 7.1% แต่เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตโตถึง 13%

“แปลว่าราคาสินค้าที่ผู้บริโภคเจอตอนนี้ ยังส่งผ่านมาจากผู้ผลิตไม่หมด คือ ภาคธุรกิจยังต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้อยู่ เพราะเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ขณะที่รายได้ครัวเรือนยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นมาก ถ้าดูราคาน้ำมันตั้งแต่ก่อนโควิดถึงปัจจุบันปรับขึ้นแล้วเกือบ 2 เท่าตัว ที่เพิ่มเยอะอีกตัวคือ ราคาเหล็ก และวัตถุดิบอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น”

โดยต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 2 ปี ก็เพิ่มขึ้นแล้ว 73% เหล็กรวม ๆ เพิ่มขึ้นแล้ว 16-17% สินค้าเกษตรรวมเพิ่มขึ้นแล้ว 10% วัตถุดิบอุตสาหกรรมรวมเพิ่มขึ้นแล้วเกือบ 10% และวัตถุดิบอาหารรวม ๆ เพิ่มแล้ว 8-9% ซึ่ง การคำนวณต้นทุนเหล่านี้ยังไม่ได้บวกต้นทุนค่าแรง ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นอีก”

จากการเข้าไปศึกษางบดุลของธุรกิจกลุ่มต่าง ๆ พบว่า กลุ่มธุรกิจที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย ประกอบด้วยขนส่งและโลจิสติกส์, ประมง, ผู้ผลิตไฟฟ้า, เหมืองแร่ หิน ทราย, เคมีภัณฑ์, โรงสีและผู้ส่งออกข้าว, สินค้าเกษตรแปรรูป, อาหาร, เลี้ยงสัตว์, ผู้ผลิตเหล็ก และวัสดุก่อสร้าง ส่วนผู้ผลิตพลังงานมีการส่งผ่านต้นทุนไปได้

เอสเอ็มอีน่าห่วงที่สุด

นายนริศกล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะไม่มีความสามารถในการส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภค ถ้าเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และมีการส่งออกจะส่งผ่านต้นทุนได้ง่ายกว่า ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็จะกระทบเอสเอ็มอีมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ใช้เงินกู้เป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้จะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ถ้าดอกเบี้ยขึ้นก็จะมีภาระเพิ่มขึ้นทันที ส่วนรายใหญ่สามารถวางแผนกู้ระยะยาวได้

ช่วงนี้ภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง ผลกระทบจากเงินเฟ้อจะยังมีจนถึงปีหน้า ดังนั้น ภาคธุรกิจอาจจะต้องเก็บสภาพคล่องไว้ พร้อมกับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ปรับแต่งงบดุลให้ดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้น อย่างหนี้สินที่ไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งไปสร้าง เป็นต้น

ซ้ำเติมโรงแรม-หนี้ครัวเรือน

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ธปท.มีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ จาก 4.9% เป็น 6.2% สะท้อนว่าครึ่งปีหลังจะมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เพราะราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซหุงต้ม รวมถึงราคาอาหารต่าง ๆ ก็ต้องปรับขึ้นอีก และมีโอกาสสูงที่จะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม กนง.รอบหน้า 0.25% และมีโอกาสที่จะทยอยปรับขึ้นรวม 1-2 ครั้ง

จากนี้คงต้องไปพิจารณาว่าถ้าขึ้นดอกเบี้ยแล้วจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร เพราะในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นเต็มที่ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวโรงแรมจะยิ่งลำบาก และต้องดูว่าจะมีเครื่องมือไปช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างไร เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน

SMEs แห่ขอวงเงินเพิ่ม

ด้าน นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณลูกค้าเอสเอ็มอีรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ผ่านการขอวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน (O/D) เสริมสภาพคล่องในธุรกิจมากขึ้น

โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่มีต้นทุนราคาสินค้าสูงขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เช่น ปั๊มน้ำมัน ปิโตรเคมี เม็ดพลาสติก และอุปกรณ์ก่อสร้าง ปูนซีเมนต์ และเหล็ก เป็นต้น

ขณะเดียวกันเห็นสัญญาณชะลอการลงทุนใหม่ในอุปกรณ์เครื่องจักร หรือการขยายธุรกิจ เพื่อเก็บกระแสเงินสดไว้มากที่สุด และพยายามขอวงเงินสินเชื่อให้มากที่สุด เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน

“ช่วงที่เงินเฟ้อสูงขึ้นจะพบว่าความต้องการใช้เงินในการประคองธุรกิจก็เพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนสินค้าเพิ่ม แต่ยอดขายไม่ดีมาก ทุกคนก็พยายามลดต้นทุนค่าใช้จ่าย”

“เอสซีจี” รีวิวแผนทุกเดือน

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากปัจจัยรอบด้านที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้บริษัทต้องมีการรีวิวแผนธุรกิจ และการลงทุนใหม่ เรียกได้ว่าเป็นรายเดือน และรายอาทิตย์เลย เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนเร็วมาก

เช่น กรณีต้นทุนพลังงาน เพราะธุรกิจของเอสซีจีเกี่ยวข้องกับพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ขึ้นไปถึง 40-50% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา แม้ไม่ได้ทำให้ต้นทุนปรับขึ้นขนาดนั้น แต่ก็ขึ้นไปอย่างน้อย 10-20% จึงต้องรีวิวแผนการลงทุนกันใหม่

“การทรานส์ฟอร์มองค์กรโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ ก็มีส่วนช่วยให้เราปรับตัวได้ดีและเร็วขึ้น เพราะตลาดและลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งเอสซีจีทำเรื่องอินโนเวชั่นมาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงโควิดเป็นช่วงที่ได้พิสูจน์ด้วยว่าสิ่งที่ทำไปเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้ว ลูกค้าจะเป็นคนบอกว่าเราทำไปแล้วจะเป็นยังไงบนเป้าหมายที่ต้องการเป็นผู้นำในเรื่องอินโนเวชั่น และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ตอนนี้ก็กำลังจะมาทำเรื่องความยั่งยืน”

กระทิงแดงถกปรับแผน

นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด เปิดเผยว่า จากผลกระทบเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายเล็กต้องปรับตัว หาแนวทางลดต้นทุนต่าง ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจเพื่อรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก

สำหรับ TCP ก็ต้องปรับตัว จากที่มีการวางแผนระยะยาว 3 ปี ขณะนี้ต้องคิดหาแนวทางเคลื่อนธุรกิจต่อ โดยวางแผนงานกับทีมผู้บริหารกันทุกเดือน เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง โดยโปรเจ็กต์การลงทุนต่าง ๆ ยังดำเนินต่อไป

“ยอมรับว่าค่อนข้างกังวลกับสถานการณ์ภาพรวมของโลก เรื่องความขัดแย้งสงครามรัสเซียและยูเครน ภาวะเงินเฟ้อ ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และยังมีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เราคุมไม่ได้ ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป”

เครือสหพัฒน์ไม่ใช้เงินกู้

ขณะที่ นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภครายใหญ่ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นคงไม่กระทบกับเครือสหพัฒน์ แต่มีส่วนที่จะกระทบลูกค้าสหพัฒน์มากกว่า เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา บริษัทในเครือสหพัฒน์ทั้งหมดได้บทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งมา เพราะฉะนั้น เรื่องเงินจึงไม่มีปัญหา เพราะส่วนมากบริษัทไม่ได้ใช้เงินกู้ แต่มีเงินสดในมือค่อนข้างมาก

โรงแรมเหนื่อยแบกดอกเบี้ยเงินกู้

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงขึ้น เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่พึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินเข้ามาหมุนเวียนเพื่อพยุงธุรกิจในวงเงินที่ค่อนข้างสูง

ขณะที่รายได้ยังกลับมาในสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวยังกลับมาไม่มากนัก บวกกับราคาที่ยังไม่สามารถปรับขึ้นได้ ส่งผลให้การฟื้นตัวของธุรกิจต้องใช้เวลาที่นานขึ้น

“ปัญหาตอนนี้คือความเหลื่อมล้ำของธุรกิจ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังมีจำนวนไม่มากพอที่จะกระจายเข้าไปในโรงแรมทุกเซ็กเมนต์ บางแห่งเปิดแล้วมีรายได้เพียงพอสำหรับการบริหาร บางโรงแรมยังขาดทุน บางโรงแรมยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวที่เคยเป็นตลาดเป้าหมายยังไม่กลับมา”

นางมาริสากล่าวด้วยว่า สถานการณ์ธุรกิจวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ทั้งพฤติกรรมนักท่องเที่ยว รวมถึงดีมานด์ในตลาด ผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวให้เร็ว ทั้งด้านกลยุทธ์การตลาด การบริหารบุคลากร รวมถึงการบริหารด้านไฟแนนซ์ เพื่อดูแลต้นทุนให้ธุรกิจยังสามารถเดินต่อไปได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ยังต้องมีจุดขาย หรือความโดดเด่นที่ชัดเจน โฟกัสและให้บริการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าแต่ในละกลุ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงต้องบริหารและให้บริการที่ยืดหยุ่นขึ้นด้วย เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่

“เซ็นทารา” ปรับแผนเอาต์ซอร์ซ

ด้าน นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน โรงแรมเครือเซ็นทารา บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้กระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ฝั่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ฝั่งรายได้ก็ทยอยเพิ่มขึ้นด้วย โดยช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ รายได้รวมในกลุ่มโรงแรมของเซ็นเทลสูงกว่ารายได้ทั้งปีของปี 2564 ที่ผ่านมา

“ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เรามีอัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 35% ขณะที่ปีที่ผ่านมาทั้งปี เราได้แค่ 19% และปีนี้เรายังเปิดให้บริการโรงแรมใหม่เพิ่มเติม เช่น ดูไบ, สมุย เป็นต้น ทำให้รายได้รวมปรับตัวสูงขึ้น”

นายกันย์กล่าวว่า สำหรับปัจจัยเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นประเด็นที่บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการและรับมือให้ได้ ที่ผ่านมาบริษัทพยายามควบคุมต้นทุนและปรับตัวในหลายรูปแบบ

อาทิ ใช้เอาต์ซอร์ซแทนการจ้างบุคลากรจำนวนมากเหมือนในอดีต หาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีการเงินเข้ามาดูแลส่วนไฟแนนซ์เซอร์วิสทั้งกลุ่ม จากเดิมมีบุคลากรด้านบัญชีการเงินในทุกพร็อพเพอร์ตี้ หรือพยายามใช้อีวีและโซลาร์เซลล์เข้ามาช่วยลดต้นทุนพลังงาน เป็นต้น

เอไอเอส “รัดเข็มขัด”

ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด กลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมขณะนี้เริ่มดีขึ้นจากการปลดล็อกมาตรการต่าง ๆ การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่สิ่งที่น่าห่วงคือสถานการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกว่าจะประคองเศรษฐกิจให้อยู่รอดได้อย่างไร

สำหรับเอไอเอสก็ใช้นโยบายรัดเข็มขัดมาโดยตลอด แม้ธุรกิจจะยังมีกำไร แต่ก็ต้องระมัดระวัง และพร้อมที่จะปรับแผนปรับยุทธศาสตร์ได้ตลอดเวลาเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ นอกจากนี้ เอไอเอสยังร่วมกับธนาคารกรุงไทย ในโครงการ “พอยท์เพย์”

นำโปรแกรมสะสมแต้ม “AIS Points” มาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม “ถุงเงิน” บนแอปพลิเคชั่น“เป๋าตัง” เพื่อให้ลูกค้านำแต้มสะสมไปใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อสินค้ากับร้านค้าที่อยู่บน “ถุงเงิน” ที่ปัจจุบันเข้าร่วมแล้วกว่า 4 แสนร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทย

เพอร์เฟคเบนเข็มเจาะตลาดบน

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ต้นทุนพัฒนาโครงการที่สูงขึ้นในปัจจุบันทำให้ค่าก่อสร้างปรับขึ้น 5-10% ส่งผลกระทบต่อการปรับราคาบ้านขึ้น 5% ซึ่งบริษัทได้เริ่มปรับราคาไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2565 เป็นต้นไป

“ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ คาดว่าครึ่งปีหลัง 2565 ภาพรวมตลาดต้องมีการปรับราคาบ้านขึ้น 3-5% โดยเซ็กเมนต์ตลาดกลาง-ล่างปรับขึ้น 3% และบ้านระดับกลาง-บนปรับขึ้น 5-7% เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น มีผลกระทบทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับขึ้นราคาขาย และกระทบชิ่งไปถึงกำลังซื้อลูกค้าโดยตรง”

สำหรับการปรับตัวของเพอร์เฟค หันไปจับตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น จากเดิมมีสัดส่วนรายได้ 20-25% ปีนี้เพิ่มเป็น 35-40% กลุ่มนี้พฤติกรรมการซื้อไม่มีความอ่อนไหวในด้านราคามากนัก เมื่อเทียบกับตลาดกลาง-ล่าง โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ 16,000 ล้านบาท ตามที่ประกาศตอนต้นปี ส่วนจะมีการรีวิวแผนธุรกิจหรือไม่ ขอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังก่อน

“เงินเฟ้อกระทบกำลังซื้อตลาดล่าง โดยสินค้าในกลุ่มทาวน์เฮาส์กับคอนโดฯคาดว่ากระทบเซ็กเมนต์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ส่วนบ้านเดี่ยวจะกระทบกำลังซื้อราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เพราะเป็นกลุ่ม prices sensitive จะขึ้นราคาสินค้ามากก็ไม่ได้” นายวงศกรณ์กล่าว

“บางจาก-อุบล ไบโอ” เกาะติด

นางสุรียส โควสุรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เปิดเผยว่า บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำ 0.3 เท่า ทำให้ผลกระทบต้นทุนดอกเบี้ยน้อยกว่าธุรกิจอื่น ๆ และเป็นเงินกู้ระยะยาว ช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ ๆ ก็มีการทยอยรีไฟแนนซ์ไปแล้ว อาจจะต้องดูว่าจะทำอะไรได้เพิ่มอีกหรือไม่

ส่วนแผนลงทุนที่วางไว้ก็ต้องเร่งสปีดให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพต่าง ๆ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต เพราะเงินลงทุนเตรียมไว้แล้ว ซึ่งได้เงินจากการ IPO มา 2,700-2,800 ล้านบาท ขณะนี้จึงยังไม่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้หรืออะไรเพิ่ม

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทบางจาก กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยจริง ๆ เป็นเรื่องของเงินเฟ้อ มองว่าภาครัฐก็พยายามบาลานซ์ก็ต้องดูต่อไป ตอนนี้หลาย ๆ อย่างก็เริ่มฟื้น ประเทศเริ่มเปิด

“การปรับแผนเราก็ต้องดู ตอนนี้ถ้ามองกำลังซื้อของประชาชน บริษัทก็พยายามเป็นบริษัทน้ำมันคุณภาพที่ราคาขึ้นช้าสุด จริง ๆ บริษัทมีผลกระทบบ้าง แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ต่อไป”