ภาษาอังกฤษคนไทยรั้งท้ายโลก รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ เร่งหาทางยกระดับ

กระทรวงศึกษาธิการ

รัฐบาลห่วงทักษะภาษาอังกฤษคนไทย หลังผลสำรวจอันดับรั้งท้ายหลายประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ เร่งหาแนวทางยกระดับ เล็งจัดสอบวัดระดับนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา คนทั่วไป

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 พลตำรวจเอกเพิ่มพูน​ ชิด​ชอบ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ กล่าวถึง​กรณีที่​สถาบันการศึกษาภาษาอังกฤษแห่งหนึ่ง เปิดเผยผลการจัดอันดับความสามารถทางการใช้ภาษาอังกฤษ ประจำปี 2023 ซึ่งเป็นการวัดคะแนนการทดสอบจากการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษในแต่ละช่วงวัย ได้จัดอันดับทั้งหมด 113 ประเทศทั่วโลก  

ผลการสำรวจทักษะความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของผู้ใหญ่ (อายุเฉลี่ย 26-30 ปี) จำนวนผู้เข้าสอบ 836 คน ปี 2023 ประเทศไทยได้คะแนนเป็นอันดับที่ 101 โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 416 คะแนน ซึ่งค่าเฉลี่ยระดับโลก อยู่ที่ 502 คะแนน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์นั้น  

พลตำรวจเอกเพิ่มพูนกล่าวว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาความสามารถภาษาอังกฤษของไทยนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ ตามกรอบมาตรฐาน CEFR เป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน เป็นมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาที่สหภาพยุโรปจัดทำขึ้น 

กระทรวงศึกษาธิการ ใช้กรอบมาตรฐานภาษาอังกฤษดังกล่าว ในการวัดระดับเชิงสมรรถนะความสามารถทางภาษาของผู้เรียน ทั้ง 4 ทักษะ คือการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งทั้งครูและบุคลากร รวมถึงนักเรียนมีผลการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้นในแต่ละปี 

พลตำรวจเอกเพิ่มพูนกล่าวต่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยในการยกระดับสมรรถนะความสามารถภาษาอังกฤษของคนไทย มายังกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง​ ศธ.​ไม่ได้นิ่งนอนใจในการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ สู่การมีงานทำ 

โดยได้มอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ ศึกษาแนวทางการเรียนรู้ภาษาที่หลากหลาย เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งต้องใช้การบูรณาการ ร่วมมือจากหลายหน่วยงาน โดยแนวทางที่ตั้งใจจะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม คือการจัดทำคลังข้อสอบวัดระดับเชิงสมรรถนะความสามารถทางภาษาอังกฤษ

จะจัดหาข้อสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ รวมถึงสนับสนุนการสอบวัดระดับของนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจจะมีการกำหนดเป็นคูปองการเรียนรู้เสริมทักษะภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มีอาชีพในด้านการให้บริการ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ สนองต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

“เราเชื่อว่าภาษาอังกฤษ จะถูกใช้ในการสื่อสารและประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง โดยองค์ความรู้จากกระทรวงศึกษาธิการ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ในเชิงวิชาการ ดังตัวอย่างจากผลการแข่งขันของนักเรียนในระดับนานาชาติมากมาย รวมทั้งจากการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาทั้งครูและนักเรียน พบว่าสามารถเพิ่มระดับจาก A2 ไป B1 เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนที่ถูกพัฒนาจนถึงระดับ C2 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงมากเช่นกัน” 

อย่างไรก็ตามพลตำรวจเอกเพิ่มพูนกล่าวอีกว่า การวัดคะแนนการทดสอบจากการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้ใหญ่ ดังกล่าวถึงจะเป็นการวัดความสามารถภาษาอังกฤษของกลุ่มคนไทยเพียง 836 คน ที่ไปเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษเพิ่มเติมกับสถาบันต่าง ๆ เพื่อใช้ผลคะแนนในการเรียนต่อ หรือไปต่างประเทศก็ตาม แต่ก็เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษของไทย


ทั้งนี้ ได้มอบหมายปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค้นหาเด็กเก่งการสื่อสารภาษาอังกฤษเช่นนี้ จากหลาย ๆ เวที และหลาย ๆ สังกัด เพื่อใช้ประโยชน์จากแนวทางการเรียนการสอนดังกล่าว นอกจากนี้ในส่วนของประชาชน เราก็เชื่อมั่นว่าจะพร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ