เช็กเงินอุดหนุนนักเรียน ปี’67 แต่ละระดับชั้นได้ค่าอะไรบ้าง ได้เท่าไหร่ ?

ชุดนักเรียนไทย
ภาพจาก Canva

ปีการศึกษา 2567 มีการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัว สำหรับผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี แต่ละระดับชั้นได้เท่าไหร่ ?

วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ว่า การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งปีการศึกษา 2567 นี้ เป็นปีที่ 2 ในการดำเนินการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวสำหรับผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ซึ่งให้ปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบฯ 2566-2569

โดยในปีการศึกษา 2567 มีการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัว ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในรายการค่าจัดการเรียนการสอน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 8 ส่วนค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าหนังสือเรียน อัตราคงเดิมตามปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก ค่าปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ค่าอาหารนักเรียนประจำพักนอน และอื่น ๆ

ค่าจัดการเรียนการสอน

ในส่วนของค่าจัดการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนทั่วไป มีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว จากปีการศึกษา 2566 ต่อคนต่อปี ดังนี้

  • ระดับอนุบาล ปี 2566 อุดหนุน 1,734 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 1,836 บาท
  • ประถมศึกษา ปี 2566 อุดหนุน 1,938 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 2,052 บาท
  • มัธยมศึกษาตอนต้น ปี 2566 อุดหนุน 3,570 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 3,780 บาท
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 2566 อุดหนุน 3,876 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 4,104 บาท
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1-3 (จัดโดยสถานประกอบการ) ปี 2566 อุดหนุน 11,970 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 12,674 บาท

ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ในส่วนของค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว จากปีการศึกษา 2566 ต่อคนต่อปี ดังนี้

ADVERTISMENT
  • ระดับอนุบาล ปี 2566 อุดหนุน 438 บาท เพิ่มเป็น 464 บาท
  • ประถมศึกษา ปี 2566 อุดหนุน 489 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 518 บาท
  • มัธยมศึกษาตอนต้น ปี 2566 อุดหนุน 897 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 950 บาท
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 2566 อุดหนุน 969 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 1,026 บาท
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1-3 (จัดโดยสถานประกอบการ) ปี 2566 อุดหนุน 969 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 1,026 บาท

ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียน

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียน สถานศึกษาจะจ่ายเงินสดให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง ในอัตราต่อคนต่อปี ดังนี้ ระดับอนุบาล 290 บาท ประถมศึกษา 440 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 520 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 520 บาท และระดับ ปวช. 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 520 บาท

ค่าเครื่องแบบนักเรียน ประกอบด้วย เสื้อ กางเกง กระโปรง ดังนี้ ระดับอนุบาล 325 บาท ประถมศึกษา 400 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 550 บาท และระดับ ปวช. 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 950 บาท

ADVERTISMENT

ทั้งนี้ ผู้ปกครองหรือนักเรียนสามารถถัวจ่ายระหว่างเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนได้ กรณีนักเรียนมีชุดนักเรียนเพียงพอแล้ว สามารถซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชุดกีฬา ชุดฝึกงาน ชุดประจำท้องถิ่น และอุปกรณ์การเรียน ที่จำเป็นได้

คู่มือสนับสนุนค่าใช้จ่าย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำหนังสือคู่มือแนวทางการดำเนินงาน ตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดความคุ้มค่าประหยัดโปร่งใส เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและทางราชการสูงสุด

สนองตอบต่อนโยบายด้านการศึกษา ของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายปฏิรูปการศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน

เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญที่สุดรัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนี้ช่วยลดภาระนักเรียน ผู้ปกครอง และเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการให้สถานศึกษาได้