เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ยศชนัน’ 347 ล้าน เงินฝาก 109 ล้านบาท ที่ดิน 28 แปลง
Politics เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ยศชนัน’ 347 ล้าน เงินฝาก 109 ล้านบาท ที่ดิน 28 แปลง
Melody of Life 17 ดนตรีคือภาษารักษ์โลก จัดใหญ่ 16-18 ต.ค. นี้
SD Melody of Life 17 ดนตรีคือภาษารักษ์โลก จัดใหญ่ 16-18 ต.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณ 68,750 บาท
SCB WEALTH – ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำปลายปีนี้มีโอกาสแตะ 5,000 USD/ออนซ์
Finance SCB WEALTH – ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำปลายปีนี้มีโอกาสแตะ 5,000 USD/ออนซ์
เอกนิติ มั่นใจยังบริหารน้ำภาคกลางได้ แผนรับมือฝนมากผันลงคลองสาขา
Politics เอกนิติ มั่นใจยังบริหารน้ำภาคกลางได้ แผนรับมือฝนมากผันลงคลองสาขา
สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
Economic สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
Politics รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.คุมกัญชา’ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลุยเพิ่มโทษหนัก
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.คุมกัญชา’ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลุยเพิ่มโทษหนัก
BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
Finance BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
ครม.เคาะตั้ง ‘อธิบดีกรมอาเซียน – อธิบดีกรมการศาสนา’
Politics ครม.เคาะตั้ง ‘อธิบดีกรมอาเซียน – อธิบดีกรมการศาสนา’
ดูทั้งหมด

มจธ. พัฒนา Carbon Management Platform ในพื้นที่ EEC

12 ก.ย. 2568 | 13:51น.
รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พัฒนา “Carbon Management Platform” และร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรมุ่งผลักดัน EEC สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net-Zero Emission

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกได้ก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่ทุกประเทศต้องร่วมกันรับมืออย่างเร่งด่วน จากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ผู้นำทั่วโลกได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายอันท้าทายเพื่อจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งนำมาสู่การประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emission)

หลายประเทศและองค์กรขนาดใหญ่ได้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและภาคธุรกิจทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่พึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างสหภาพยุโรป (EU) ที่ได้เริ่มใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) สำหรับสินค้าบางประเภท เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และซีเมนต์ เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วไหลของคาร์บอน (Carbon Leakage) ที่มีการย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงไปยังประเทศที่ไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็นเพื่อการอยู่รอดทางธุรกิจและเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ประเทศไทยเองได้ประกาศเจตจำนงที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย
รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน มจธ. ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนวาระสำคัญระดับชาติ ด้วยการเปิดตัว Carbon Management Platform ซึ่งเป็นผลงานจากโครงการภายใต้แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emission) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

หัวใจของโครงการคือการพัฒนา Carbon Management Platform ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดิจิทัลครบวงจรที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถกำหนดเป้าหมาย ติดตามประสิทธิภาพ และบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ได้อย่างชาญฉลาด แพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์ความต้องการของวิสาหกิจตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ด้วยการให้บริการที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การบริหารจัดการข้อมูลเชิงรุก (Proactive Data Management) ช่วยคำนวณและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
  2. การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ใช้งานสามารถนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาเฉพาะด้านจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ มจธ. และพันธมิตร เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล แนะนำการใช้เทคโนโลยีสะอาด และวางแผนกลยุทธ์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากร ผ่านหลักสูตร e-Courses ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการคาร์บอนและความยั่งยืน เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กร
ผศ.ดร.เดี่ยว กุลพิรักษ์
ผศ.ดร.เดี่ยว กุลพิรักษ์

ผศ.ดร.เดี่ยว กุลพิรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย Digital Transformation หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ใช่เรื่องซับซ้อนและไม่ใช่ภาระสำหรับผู้ประกอบการ แต่เป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ การพัฒนาแพลตฟอร์มนี้คือ ‘สะพาน’ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่ภาคปฏิบัติ เพื่อช่วยผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC เตรียมพร้อมและปรับตัวได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของนานาชาติจะส่งผลกระทบอย่างเต็มรูปแบบ

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร
ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัด Worshop พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึก สำหรับการประเมินการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

และเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านมุ่งสู่ Net Zero แก่สถานประกอบการที่จัดขึ้นในพื้นที่ EEC รวม 3 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกว่า 282 ราย และมีผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์มแล้วไม่น้อยกว่า 250 ราย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความตื่นตัวและความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมไทยที่จะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่