จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เดินหน้าโครงการ “ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย (Chula-NIA Grant)” ปั้นนิสิตและอาจารย์ให้เป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมรุ่นใหม่ บ่มเพาะงานวิจัยสู่ธุรกิจ Startup และการใช้ประโยชน์เชิงสังคมอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯให้ความสำคัญกับการสร้างนักนวัตกรรมผ่านการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ภายใต้การดูแลจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ช่วยพัฒนาแนวคิดธุรกิจ นำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาปรับใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์สังคมและตลาดโลก โดยมีศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub) ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบ่มเพาะและให้คำปรึกษาครบวงจร
โครงการ Chula-NIA Grant มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนิสิตและอาจารย์ในการพัฒนางานวิจัยให้ต่อยอดได้ทั้งเชิงพาณิชย์ เชิงนโยบาย และเชิงสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยเข้าถึงแหล่งทุน ห้องปฏิบัติการ และเครือข่ายผู้ประกอบการ โดยรอบแรกของโครงการมีผู้ผ่านการคัดเลือก 10 ทีม รวมกว่า 30 คน ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนทีมละ 1 ล้านบาท จากทั้ง 2 หน่วยงาน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “Entrepreneurial Spirit” ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อวางรากฐานให้เยาวชนเข้าใจกลไกของนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่เพียงแต่สร้างเทคโนโลยี แต่ต้องเข้าใจบริบททางสังคม จริยธรรม และความยั่งยืนของนวัตกรรมด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง “Open Innovation” ที่ NIA ต้องการผลักดันในระดับประเทศ
ศาสตราจารย์เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ รองอธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเสริมว่า จุดประสงค์ของโครงการไม่ใช่เพียงการผลิตผลงานนวัตกรรม แต่เพื่อหล่อหลอมเยาวชนให้เป็น “นวัตกร” ที่มีทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยจุฬาฯตั้งเป้าให้โครงการนี้เป็นต้นแบบการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถขยายผลไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในอนาคต

รศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการคือการเปิดโอกาสให้นิสิตเริ่มทำงานวิจัยเชิงพัฒนาได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ผลงานจำนวนมากสามารถต่อยอดสู่เวทีระดับนานาชาติ และพร้อมพัฒนาเป็นบริษัทจริงภายหลังจบการศึกษา
หนึ่งในทีมที่ได้รับทุนคือ “Eyequila” ผลงานของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่พัฒนาเกมออกกำลังกายสายตา เพื่อป้องกันภาวะสายตาสั้นและลดอาการล้าจากการใช้จอเป็นเวลานาน ตัวแทนทีมระบุว่า โครงการนี้ช่วยผลักดันไอเดียให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์จริงได้ ทั้งในแง่เงินทุน คำปรึกษา และการเข้าถึงเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งถือเป็นแรงผลักสำคัญให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่เส้นทางผู้ประกอบการนวัตกรรมอย่างมั่นคง
หรับรุ่นที่ 2 นี้ เตรียมเปิดรับสมัครตั้งแต่เดือนมกราคมปี พ.ศ. 2569 และมีแผนจะเพิ่มจำนวนผู้รับทุนเป็นประมาณ 20 บริษัท ในปีถัดไป โดยคุณสมบัติและการคัดเลือกเปิดรับนิสิตนักศึกษาทุกคนที่มีความสนใจ ไม่ว่าจะมีนวัตกรรมหรือมีเพียงแค่ “แนวคิด” โดยจะมีการนำเสนอ (Pitching) ต่อคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกจากไอเดียที่มีความเป็นไปได้ สามารถตอบสนองความต้องการของสังคม และมีจุดเด่นที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่น
