แก้ทั้งมลพิษ-ปากท้อง มติชนเยือน MTEC เสิร์ฟเน้นๆ นวัตกรรมแห่งยุคจากวัสดุเหลือทิ้ง ‘คอนกรีตน้ำไม่ขัง-กรวยจราจรยืดหยุ่น-ชิ้นส่วนยานยนต์-เพิ่มพืชผลการผลิต‘ โดย มันสมอง-วัตถุดิบของไทย
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ห้องประชุม M506 อาคารศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี คณะผู้บริหารเครือมติชน นำโดย น.ส.ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการฯ เยี่ยมชม Open House NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี 2026 ภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Sustainable Economy through Science and Technology)” รอบเส้นทางเยี่ยมชม VIP
โดยมี รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
พร้อมด้วย คณะรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ อาทิ นายศราวุธ เลิศพลังสันติ, น.ส.อศิรา เฟื่องฟูชาติ, นายเอกรัตน์ ไวย์นิตย์, นายศราวุธ เลิศพลังสันติ, นายสิทธิสุนทร สุโพธิณะ นำทีมนักวิจัย ร่วมให้การต้อนรับ
อาทิ นายบัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ (MTD), น.ส.ฐิติพร ทนันไชย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ, นางวรวริศ กอปรสิริพัฒน์ หัวหน้าทีมวิจัย ทีมวิจัยการออกแบบเพื่อการเป็นอยู่ที่ดี, น.ส.ระพีพันธ์ ระหงษ์ ผู้จัดการ งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม, น.ส.วรรณงาม วีระผาสุก ผู้จัดการงานสื่อสารการวิจัย (RCS), น.ส.จันทร์เพ็ญ ถนอมบุญ ผู้จัดการงานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ และ น.ส.ศิริพร ปานสวัสดิ์ ผู้จัดการงานพัฒนาพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (SPDS)
โดยเวลา 13.00 น. คณะผู้บริหารเครือมติชน เข้าเยี่ยมชม End of Waste Pavilions / Green Rubber Innovation บริเวณโถงหน้าห้องประชุม M120 อาคารศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการผลักดันงานวิจัยไทย ให้ออกสู่สายตาสาธารณะ ตอบโจทย์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาระดับประเทศอย่างยั่งยืน
เริ่มจากบูธแรก งานวิจัย ‘กาวดักแมลงจากยางพารา’ นำพืชเศรษฐกิจของประเทศ มารีไซเคิล เพื่อเพิ่มผลผลิต โดยใช้ สีเหลือง เป็นตัวล่อแมลง
รวมถึงพัฒนายางพาราเป็น ‘Para Plearn’ ชุดของเล่นสำหรับเด็ก (กล่องละประมาณ 180 บาท) ในกล่องประกอบด้วย ‘ParaDough’ ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100 % รวมถึง ‘ParaNote’ กระดานดำพร้อมชอล์ก ที่ไม่ทิ้งฝุ่นและไม่เป็นอันตราย ซึ่งจะช่วยเรื่องการพัฒนาทักษะกล้ามเนื้อของเด็กเล็ก
ทางด้าน ผู้สูงอายุ มีการพัฒนา ‘Para Cusion‘ เบาะรองนั่ง แปรรูปจากเจลยางพารา ช่วยป้องกันการกดทับได้ดีเยี่ยม
ด้านการเกษตร อย่าง ’สารบีเทพ‘ (สารยืดอายุน้ำยางสดเพื่อการผลิตยางแผ่น) ที่ใช้ในขั้นตอนแปรรูปยางพาราแผ่น ให้เป็น ‘ยางก้อนถ้วย’ ซึ่งเดิมมักใช้กรด เช่น กรดฟอร์มิก และกรดกำมะถัน เป็นตัวช่วยให้จับตัวเป็นก้อนถ้วย แต่มีโอกาส ‘ยางบูดเน่า’ สูง โดยสารบีเทพ จะสามารถช่วยยืดอายุน้ำยางได้ตั้งแต่ 12-48 ชม. ช่วยลดความเสี่ยง ยางตกเกรดได้ โดยปัจจุบันยังวิจัยไปถึงขั้นการแปรรูปเป็นยางแห้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถผลิตเป็น ยางรถยนต์คุณภาพสูง ได้
รวมถึง ‘ถุงเพาะกล้ายาง’ จากยางพารา ย่อยสลายเองได้ในช่วงระยะเวลาเพียง 8-12 เดือน
นอกจากนี้ยังมี ’กรวยกั้นจราจร TPNR‘ โดยใช้ยางพาราเข้าไปผสม ช่วยป้องกันการกรอบแตกเมื่อผ่านการใช้งานกลางแจ้ง

ทางด้านบูธ ‘End of waste Pavillon’ เปลี่ยนของเสียเป็นวัสดุ อาทิ ’ผงซักฟอก‘ โดยจุดตั้งต้นเริ่มจากทีมวิจัย นำเถ้าแกลบ มาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเป็น Bio sodium silicate ทดแทนสารซักล้าง (ได้จากทราย) ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท Lion ที่ล่าสุดได้รับการประเมินกลับมาแล้วว่า ประสิทธิภาพการซักล้าง อยู่ในระดับเดียวกับสารดั้งเดิมที่ใช้ในการผลิตผงซักฟอกตามท้องตลาด
ต่อด้วย งานด้าน ‘วัสดุจีโอมีเดีย’ Geo-midia จากขี้เถ้าโรงไฟฟ้า คุณสมบัติคือสามารถกำหนดขนาดของรูพรุนได้ ดูดซับได้ดีเยี่ยม ช่วยในการกรอง/บำบัดน้ำ เหมาะสำหรับ เครื่องกรอง ตู้ปลา หรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชน ที่ใช้กระบวนการฟื้นฟูถ่านกัมมันต์ โดยเข้าไปช่วยพัฒนา ออกแบบสูตรให้สามารถขึ้นรูปเป็น ‘เม็ด’ ที่ยังสามารถนำพลังงานที่เหลือไปใช้ในกระบวนการ Air Filtration นับเป็นการหมุนเวียนพลังงานได้อย่างคุ้มค่า
ต่อด้วย ‘G-Rock’ วัสดุก่อสร้างจากการนำ Waste ในอุตสาหกรรม มาทำประโยชน์ โดยใช้ Ash (ขี้เถ้า) 60-70% ผ่านกระบวนการผสมวัสดุอื่นๆ ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาขึ้นรูป จนได้ ‘เม็ดหิน (มวลเบา)’ ลักษณะเหมือนฟองน้ำ แต่มีความแข็งแรงสูง สามารถกันความร้อนและเสียงได้ แข็งแรงเหมือนคอนกรีตทั่วไป ปัจจุบันทางศูนย์ฯ MTEC ได้ไลเซนส์ให้กับบริษัทเอกชน ผลิตเม็ดหินมวลเบานี้ในลักษณะ ‘แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป’ ซึ่งมีมาตรฐานและปลอดภัย จึงมั่นใจได้หากใช้ในเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ยังมี ‘คอนกรีตน้ำซึมผ่าน’ ซึ่งทางบริษัท Kenzai ขอคำปรึกษาทาง MTEC ในการจัดการกากอุตสาหกรรม อย่าง ‘เศษกระเบื้องเซรามิก’ เพื่อสร้างมูลค่า เพิ่มความยั่งยืนให้วัสดุก่อสร้าง โดยมีคุณสมบัติทั้งน้ำหนักและความหนาแน่นเหมือนกับคอนกรีต แต่ข้อดีคือ ต้นทุนการผลิตต่ำมาก เหมาะสำหรับการทำผิวถนน ฟุตปาธ อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันน้ำท่วมขังได้

ต่อด้วย การนำกากตะกอนปูน (CaCake) วัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำตาล มาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนหินปูนจากธรรมชาติ เหมาะใช้ในการเป็นวัสดุทดแทนผลิต ‘ปูนเม็ด’ โดยมี บริษัทมิตรผล ร่วมกับ SCG ในการให้ทุนวิจัย ผลิตเป็นกระเบื้องเซรามิก รวมถึงแปรรูป ก้างปลา ให้เป็น ’เถ้าก้างปลา’ ซึ่งจากเดิมที่ขายเป็นอาหารสัตว์ เมื่อแปรรูปเป็น ‘เซรามิกคุณภาพสูง’ สามารถช่วยลดการนำเข้ากระดูกจากต่างประเทศได้ โดยใช้ก้างปลา 100 กรัม สำหรับผลิตแก้ว 1 ใบ
ต่อด้วย เทคโนโลยีการสกัดโครเมียม จากกากตะกอน สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดสีได้ ด้วยการสกัดผ่านความร้อน โดยปัจจุบันสามารถผลิตเป็น กระเบื้องสระว่ายน้ำ
รวมถึง ‘เทคโนโลยีเตรียมแร่ ไดโลไมต์ เป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อใช้ทดแทนซีเมนต์ในวัสดุก่อสร้าง‘ ที่ยังมีสีสัน สามารถผสมทำปูนเปลือยเพื่อให้มีสี ลดต้นทุนในการผลิต รวมถึงวิจัยไปถึงการรีไซเคิลกากคอนกรีต สำหรับอุตสากรรมการก่อสร้าง
นอกจากนั้นยังมี ‘สีฉนวนไฟฟ้า จากเถ้าถ่านหิน’ วิจัยขี้เถ้า จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ในการทำ ‘อิฐบล็อกจากกากคอนกรีต’ และ ‘ลูกถ้วยไฟฟ้า โดยทำการวิจัยให้แก่ กฟผ. ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำไปสู่การใช้งานจริง
‘แผ่นยิปซั่มบอร์ด’ ที่ช่วยดักจับ PM 2.5 ต่อยอดจากการนำกากของเสียที่มีปริมาณมากในประเทศ 3 อย่าง มารีไซเคิลทดแทนแผ่นยิปซั่มบอร์ด และแผ่นบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก กฟผ. และบริษัทเอกชนหลายแห่ง อาทิ เชอร่า
‘ผลิตภัณฑ์เซรามิกจากอลูมิเมียมดรอส’ คือการทำให้ของเสียจากกระบวนการผลิต กลายเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูง ในการผลิตปูนซีเมนต์ หรือทำเซรามิก อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่ทนไฟ
งานวิจัยที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ คือ ‘การพัฒนาพลาสติกคอมโพสิตจากกากมันสำปะหลัง สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์’ ที่นอกจากใช้มันสำปะหลังได้แล้ว อีกส่วนที่วิจัยคือ ‘ไผ่’ เป็นไม้ที่รัฐบาลสนับสนุนให้ปลูก ข้อดีคือโตไว คุณสมบัติดีกว่ามันสำปะหลัฃ แต่ต้นทุนสูงกว่า สอดรับปัจจุบันที่มีทิศทางไปสู่การ ’รีไซเคิล + ไม้’ รวมถึงยังคิดค้น ‘อวนปลา’ ที่ใช้เอไอเข้าในการช่วยเช็กว่า อวนปลามาจากตรงไหน เช่น มาจากชายทะเล ทำให้รู้ต้นทางของขยะ โดยจะช่วยแยกประเภทก่อนเข้าสู่ระบวนการรีไซเคิล (แต่ละสภาพพื้นที่ ให้สีที่ต่างกัน)
‘Waste Ultalization’ การนำของเสียจากอุตสาหกรรมมาแปรรูปเป็นโครงสร้างโลหะอินทรีย์ (MOFs) ที่มีความยืดหยุ่น โมเกลกุลอยู่ในระดับนาโน สามารถดูดซับ ก๊าซพิษ เช่น ก๊าซมีเทน โดยจุดเริ่มต้นทดลองมาจากการนำขวดน้ำพลาสติกมาวิจัย โดยนำโพลิเมอร์ในนั้นมา Upcyling ให้เป็น MOFs ช่วยในการ ‘กักเก็บก๊าซมีเทน’ ดูดซับโลหะหนัก
‘คอนกรีตรักษ์โลก’ ด้วยการรีโซเคิลเถ้าลอยและเถ้าหนักจากชีวมวล รวมถึง ’เปลี่ยนขยะอาหารเป็นนวัตกรรม EM Powder’, สารปรับปรุงดินอินทรีย์ ’จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร‘ ที่ใช้เป็นสารปรุงดินก่อนปลูกพืช รวมถึง ‘ทรายแมว’ จากขยะอินทรีย์หลากหลายชนิด เช่น ฟางข้าว ใบเตย ใบชมพู่ ชานอ้อย ใบไผ่ ใบมะพร้าว ฯลฯ มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้รวดเร็ว ภายใน 3 วินาที ดูดซับกลิ่นได้เกือบ 100% เป็นต้น
จากนั้นเวลา 14.30 น. คณะฯ ต่อด้วยการเยี่ยมชมนิทรรศการ ภายในงาน NSTDA Annual Conference (NAC2026) การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 เมษายนนี้ ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” (Sustainable Economy through Science and Technology) ซึ่งอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมมากมาย สอดรับกับทุกภาคอุตสาหกรรมและวิกฤตในประเทศ
ในการนี้ นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายดิจิทัลมีเดีย, น.ส.ดิษนีย์ นาคเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ, นายสุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหาร กองบรรณาธิการมติชน, นายวรรณโชค ไชยสะอาด บรรณาธิการข่าวออนไลน์ ประชาชาติธุรกิจ, นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน, น.ส.กรชุลี เสนะเวส ผู้อำนวยการกองบก. เส้นทางเศรษฐีและเทคโนโลยีชาวบ้าน, นายสัญญา จันทร์เหนือ ผู้จัดการ PR & Arts, นางสาวอธิษฐาน จันทร์กลม ผู้ช่วยหัวหน้าข่าว เฉพาะกิจ กองบก.มติชน, นายสุรเดช สดคมขำ กองบก. เทคโนโลยีชาวบ้าน, และ นายวรวิทย์ พานิชนันท์ ร่วมด้วย
