5 พีระมิด สู่การเปลี่ยนแปลง

คอลัมน์ Education Ideas

ธานินทร์ เอื้ออภิธร /โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์

ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง การจัดการข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่มีอยู่มากมายในทุกช่องทางกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของคนในยุคนี้ ปัญหาที่พบ ความรู้มากมายกระจัดกระจายอยู่ในทุกที่ เชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต แต่การหยิบความรู้นั้นมาสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริงกลับน้อยลง แม้มีโอกาสการเข้าถึงข้อมูลมากมาย แต่ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นในแบบentry level หรือข้อมูลที่ไม่ลึก ขาดบริบททำให้ไม่สามารถสร้างความหมายได้

แนวคิดที่ผมอยากจะแบ่งปัน คือ “DIKWP” ที่ประกอบด้วย data, information, knowledge, wisdom และ practical wisdom เป็นโมเดลที่อธิบายความเป็นไปของความจริงที่เกิดขึ้นในโลก ผ่านการรับรู้ของมนุษย์ไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลก ยิ่งรู้ลึกยิ่งมีพลังในการเปลี่ยนตัวเองและโลกมากขึ้น โดย “Danny Wallace” (2007) เจ้าของทฤษฎี DIKW Pyramid ได้กล่าวถึงความแตกต่างกันของพีระมิดทั้ง 5 นี้เอาไว้อย่างน่าสนใจ คือ

data ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อนำมาจัดเก็บอย่างเป็นระบบจะกลายเป็น information หรือสารสนเทศข่าวสาร และเมื่อนำสารสนเทศมาผ่านกระบวนการประมวลผล ข่าวสารนั้นจะเปลี่ยนเป็น knowledge หรือความรู้ เมื่อได้ความรู้แล้วจะพัฒนาการไปสู่ wisdom หรือปัญญา โลกในวันนี้ข้อมูลมากมาย หาได้จากหลายแหล่ง แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง การมีแค่ DIKW จึงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีตัวสุดท้าย คือ P (practical wisdom) หรือที่เรียกว่า ปัญญาปฏิบัติ

practical wisdom คือ ความสามารถในการนำองค์ความรู้ที่มีไปใช้แก้ปัญหา นำไปลงมือทำจริงได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือการสร้าง wise solution หากทำได้ และไปใช้จริง จะต่อยอดได้อีกมาก

คนที่สามารถแปลง wisdom ไปทำเป็นpractical action ได้อย่างดี เห็นตัวอย่างได้จากสตาร์ตอัพ และบริษัทเทคโนโลยี หรือที่เด่นชัดไปกว่านั้น ต้องยกให้ Apple โปรดักต์ที่สร้างจาก wise solution หรือ 5I ประกอบด้วย

insight รู้ลึก รู้จริง เกี่ยวกับผู้บริโภคและตลาด เมื่อไม่รู้ก็ต้องถามคนรู้ เชื่อมกับคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน

innovation สร้างนวัตกรรม รู้วิธีทำให้เกิดโซลูชั่นใหม่ สร้างของใหม่ที่ดีกว่าเดิม

imagination จินตนาการรู้อนาคต ทุกคนสามารถสร้างโซลูชั่นตามอนาคตที่อยากให้เป็นได้ เช่น พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น อาทิตย์หน้าเกิดอะไรขึ้นอีก 5 ปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น ความสามารถด้านนี้ยิ่งฝึกยิ่งเก่ง ยิ่งแม่นยำ และรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร เพื่อเตรียมตัวสร้างอนาคตที่ดีให้เกิดขึ้นกับเรา

inspiration การสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น

สุดท้าย intuition สัญชาตญาณที่เฉียบคม มนุษย์เป็นสัตว์ที่เรียนรู้จากสังคมการอยู่กับคนเก่ง แค่เห็นว่าคนเก่งทำงานแล้วคิดอย่างไร บางครั้งเราเกิดการตระหนักรู้ถึงความเก่งนั้น เราซึมซับ เกิดสัญชาตญาณอะไรบางอย่าง ในทางตรงกันข้าม การอยู่กับคนไม่เก่งทำให้เราเรียนรู้สิ่งไม่ดีมาด้วยแบบไม่รู้ตัว

จากในยุค knowledge is power ขุมทรัพย์ความรู้ใหม่ ๆ อยู่แต่ในมหาวิทยาลัย มาวันนี้คนมักพูดว่k เราอยู่ในยุค knowledge overflow (ภาวะถูกท่วมด้วยความรู้) ถือเป็นการสะท้อนสังคมสมัยใหม่ ที่ไม่อาจอยู่รอดเพียงเพราะมีความรู้

ความรู้อย่างเดียวไม่สามารถทำให้คนประสบความสำเร็จได้ แล้วอะไรเป็นตัวทำให้คนในยุคใหม่ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

คำตอบจากโมเดลนี้ก็คือ การเอาความรู้มาสร้างโซลูชั่น หรือเอาคำตอบที่มีความหมายใหม่ น่าเสียดายที่การศึกษาในปัจจุบันสร้างคนให้เหมือนคอมพิวเตอร์ ทั้ง ๆ ที่ wisdom และ practical wisdom เป็นส่วนที่มีความเป็นมนุษย์สูง และมนุษย์เท่านั้นที่สามารถทำได้ ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้า และทำให้คนส่วนใหญ่ปัญญาอ่อนแอลง

คำตอบที่เป็น practical wisdom เหมือนกับการต่อเลโก้ ทุกคนไม่จำเป็นต้องรู้เมคานิกทั้งหมด แต่ต้องรู้ว่าทำไมถึงสำคัญ และใครที่ทำได้ แค่นี้สามารถจับโมเดลของเลโก้มาต่อให้เป็นอะไรที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลกได้ การศึกษาสมัยใหม่ถึงต้องให้ความสำคัญกับการตั้งข้อสงสัย การคิดหาการเข้าใจความหมาย และเข้าใจเรื่อง know who ซึ่งเป็นแกนกลาง ไม่ใช่แค่ know how ซึ่งเป็นแกนกลางของ knowledge

ในอีกการเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นในระบบการศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย คงต้องเปลี่ยนบทบาท เป็นจุดเชื่อมให้คนเก่งได้มาเจอกัน แทนที่จะเรียนอะไรเพื่อออกไปเหมือน ๆ กัน และสูญพันธุ์พร้อม ๆ กัน ในยุคที่ท้าทายเช่นนี้ แค่การเอาตัวเองให้รอดถือว่ายากแล้ว

ความสำเร็จในยุคใหม่นี้จะเกิดขึ้นได้ ทุกอย่างต้องไปให้สุดจริง ๆ ถึงจะเกิดความเป็นรูปธรรม เราเรียกว่า ปัญญาปฏิบัติ เอา wise solution แปลงมาเป็นpractical solution ใช้นวัตกรรมใหม่ ความเข้าใจใหม่ แรงบันดาลใจใหม่ สัญชาตญาณใหม่ และจินตนาการใหม่ มามีส่วนทำให้คนประสบความสำเร็จได้ ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง

ในยุคที่เอไอเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์มากขึ้น มนุษย์จำเป็นต้องยกระดับการรับรู้ตัวเอง จากแค่เรียนรู้ไปสู่การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง และนำไปใช้ในการเปลี่ยนโลกได้จริง ซึ่ง DIKWP มีคำตอบในเรื่องนี้

Previous article“มูจิ” เสิร์ฟกาแฟเอาใจสาวก เล็งส่งโมเดลใหม่ “toGo” บุก
Next article“ลวรณ” แจงมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ไม่เกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษี -พร้อมขยายเวลาร้านค้าเข้าร่วมได้ถึง 15 ต.ค. 62