Skip to content

ครูลงทะเบียนแก้หนี้กว่า 4 หมื่นราย 70 สหกรณ์ลดดอกเบี้ยสูงสุด 1%

26 เม.ย. 2565 | 19:19น.
ครูลงทะเบียนแก้หนี้กว่า 4 หมื่นราย 70 สหกรณ์ลดดอกเบี้ยสูงสุด 1%

ตรีนุช เผยครูลงทะเบียนแก้หนี้แล้วกว่า 4 หมื่นราย ยอดหนี้รวม 58.8 ล้าน 70 สหกรณ์ร่วมลดดอกเบี้ยสูงสุด 1% ส่งสถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่การศึกษา เตรียมเชิญลูกหนี้รายบุคคลหารือแนวทางแก้ไข

วันที่ 26 เมษายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ภายใต้นโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนด้วยการจัดทำโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่มียอดหนี้มูลค่ารวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท

กระทรวงศึกษาธิการเชื่อมั่นว่า หากคุณครูทุกคนได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือสามารถขจัดให้หมดสิ้นไป ครูจะสามารถใช้เวลาทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน เพื่อการพัฒนาลูกหลานและเยาวชนไทยเต็มที่ ให้ครูสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ อย่างน้อยต้องมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน

แนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการไปแล้วนั้น ได้ประสานขอความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ 108 แห่ง เพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ครูที่เป็นสมาชิก ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้งสิ้น 70 แห่ง สามารถลดดอกเบี้ยลงได้ระหว่างร้อยละ 0.05-1.0 มีครูที่ได้รับผลประโยชน์ 463,072 ราย สามารถส่งเงินคืนกลับเข้ากระเป๋าคุณครู 2,262 ล้านบาท สร้างการเงินหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ทันที

“มีหลายสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ลดดอกเบี้ยให้ 1 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คุณครูมีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 15,000 บาท ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นได้ว่า เพื่อนครูพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนครูด้วยกัน เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในสังคมของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ”

นางสาวตรีนุชกล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการจำนวน 41,128 ราย มียอดหนี้รวม 58,835,199,322 บาท นั้น ข้อมูลทั้งหมดได้ส่งต่อให้กับสถานีแก้หนี้ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายสถานีแก้หนี้กำลังวิเคราะห์ข้อมูล และเชิญลูกหนี้รายบุคคลมาหารือถึงแนวทางแก้ไข และพร้อมจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ในแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันทั้งของลูกหนี้และเจ้าหนี้ ซึ่งหากสามารถรวมยอดหนี้ของครูรายบุคคลมาไว้ที่แห่งเดียว จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างสะดวก และสามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

“มีหลายสหกรณ์พร้อมจะรวบยอดหนี้มาไว้ที่เดียว แต่ติดขัดเงินหมุนเวียนที่จะใช้สนับสนุน ซึ่งทางกระทรวงได้สำรวจความต้องการสินเชื่อเบื้องต้น พบว่า มี 27 สหกรณ์ที่ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวมประมาณ 54,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องตรวจสอบความต้องการที่แท้จริงอีกครั้ง แต่ก็ได้ประสานกับธนาคารออมสินเพื่อขอรับการสนับสนุนไว้ เบื้องต้นทราบว่าได้เตรียมเงินสนับสนุนไว้แล้ว 5,000 ล้านบาท”

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งจัดหาแหล่งเงินกู้ผ่านสถาบันการเงินอื่นๆ เพิ่มเติมโดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 1-2 แห่ง ที่มีผลการดำเนินงานที่ดี พร้อมให้เพื่อนสหกรณ์ด้วยกันกู้อีก 200 ล้านบาท และประสานไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกู้จากสหกรณ์ต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย รวมถึงการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อประสานขอรับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เพิ่มเติม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวด้วยว่า การควบคุมการอนุมัติเงินกู้ใหม่ของครูและบุคากรทางการศึกษา ยังต้องมีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สินเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ยินดีสนับสนุนให้นายสถานีแก้หนี้สามารถประสานติดต่อเพื่อขอตรวจสอบยอดเงินกู้ของครูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ขณะเดียวกัน การอบรมคุณครูเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงินเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะอบรมครูให้ได้ 100,000 คนในเดือนสิงหาคมนี้ และจะนำหลักสูตรทางการเงินเป็นหลักสูตรหลักสำหรับการพัฒนาบุคลากรครูอีกด้วย ทั้งนี้ ครูที่ได้รับการบรรจุใหม่ในปีการศึกษา 2565 ทุกคนจะต้องได้รับการอบรมหลักสูตรทางการเงินก่อนการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการปลูกฝังความรู้ความเข้าใจ และระเบียบวินัยทางการเงินตั้งแต่ต้นทาง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา