เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สตรีมมิ่ง “หนัง-ซีรีส์” ป่วน แบรนด์ดังแยกทาง-ซื้อกิจการวุ่น-

16 ส.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ Market Move

 

 

ความร้อนแรงของธุรกิจสตรีมมิ่งภาพยนตร์-ทีวีซีรีส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวชนิดฝุ่นตลบ ทั้งดิสนีย์ที่แยกทางกับเน็ตฟริกส์ เพื่อไปตั้งบริการสตรีมมิ่งของตนเอง ด้านเน็ตฟริกส์ก็ไม่ยอมแพ้ วิ่งหาคอนเทนต์เสริมทั้งดึงตัวพิธีกรดัง เดวิด เลตเทอร์แมน มาผลิตรายการให้

รวมถึงการซื้อสำนักพิมพ์การ์ตูนเจ้าของผลงาน Kick-Ass เกรียนโคตรมหาประลัย และคิงส์แมนโคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ เช่นเดียวกับ “โซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น”Ž (Sony Pictures Television) ซึ่งเสริมพอร์ตด้วยการคว้าหุ้นใหญ่ในบริษัทสตรีมมิ่งการ์ตูน ”ฟูนิเมชั่น”Ž (Funimation) ส่วน ”ไอฟริกส์Ž” รายใหญ่ฝั่งเอเชีย ประกาศลงทุน 133 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลิตคอนเทนต์เพิ่ม

ขณะที่กระแสข่าวแยกทางกับ “ดิสนีย์Ž” ยังไม่ทันจางนั้น “เน็ตฟริกส์Ž” ได้เดินหน้าคว้าคอนเทนต์ใหม่ ๆ มาเสริมพอร์ตที่จะถูกดิสนีย์ดึงกลับไปหลังปี 2562 ด้วยการเข้าซื้อกิจการสำนักพิมพ์การ์ตูน “มิลลาเวิลด์”Ž ก่อตั้งโดย “มาร์ก มิลลา”Ž นักเขียนเจ้าของผลงานการ์ตูนที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ดังอย่าง โลแกน, กัปตันอเมริกา : ซิวิลวอร์, คิงส์แมนและคิกส์แอส

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า เป็นกลยุทธ์แบบเดียวกับเมื่อครั้งดิสนีย์ซื้อกิจการสำนักพิมพ์มาร์เวล ในปี 2552 ก่อนจะเข็นภาพยนตร์จากการ์ตูนออกสู่จอเงินจนประสบความสำเร็จถล่มทลายในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยักษ์สตรีมมิ่งสัญชาติสหรัฐยังดึงตัว ”เดวิด เลตเทอร์แมน”Ž พิธีกรและโปรดิวเซอร์ชื่อดังของวงการสื่อสหรัฐ การันตีจากผลงานพิธีกรรายการทอล์กโชว์ “Late Show with David Letterman”Ž ต่อเนื่องนานถึง 33 ปี มาผลิตรายการสัมภาษณ์กึ่งสารคดียาว 1 ชั่วโมง จำนวน 6 ตอน โดยมีกำหนดออกอากาศปี 2561 หวังเสริมแกร่งฐานผู้ชมในสหรัฐ

ด้าน “ดิสนีย์”Ž เตรียมเปิดบริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ของตนเองในปี 2562 ประเดิมด้วยเรื่อง “ทอยสตอรี่ 4″Ž และ ”โฟรเซน 2″Ž รวมถึงเปิดบริการสตรีมมิ่งกีฬาของช่อง “อีเอสพีเอ็นŽ” ในปีหน้า

ขณะเดียวกัน ”ไอฟริกส์”Ž ยักษ์สตรีมมิ่งในตลาดเอเชีย ได้ระดมทุนเพิ่มอีก 133 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเสริมแกร่งให้การผลิตคอนเทนต์ของตนเอง ทั้งด้านโปรดักชั่นและการวางกลยุทธ์ หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัวซีรีส์ตลก ”Oi Jaga MulutŽ” ในมาเลเซีย และเริ่มถ่ายทอดสดกีฬาในอินโดนีเซีย รวมถึงจับมือนักแสดงดังมาร่วมสร้างซีรีส์ในฟิลิปปินส์ เพื่อรับมือการรุกไล่ของทั้งเน็ตฟริกส์และอเมซอนที่เร่งขยายบริการในภูมิภาคนี้

“มาร์ก บริท”Ž ซีอีโอของไอฟริกส์ กล่าวว่า จากนี้บริษัทจะเปิดรับพันธมิตรเพื่อมาสร้างรายการใหม่ ๆ รองรับดีมานด์ของผู้ชมชนชั้นกลางในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องการเข้าถึงคอนเทนต์คุณภาพสูงทั้งแบบผลิตในประเทศและสากล ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

นอกจากนี้ “โซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น”Ž บริษัทผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ในเครือโซนี่ ได้ทุ่มงบฯ 143 ล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อหุ้นจำนวน 95% ของ ”ฟูนิเมชั่น”Ž ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งการ์ตูน ซึ่งถือสิทธิ์เผยแพร่เรื่องดังอย่าง ดราก้อนบอลภาคล่าสุด และภาพยนตร์จอเงิน ยัวเนมŽ อยู่ในมือ

โดย “แอนดี้ แคปแลนด์”Ž ประธานของโซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น กล่าวว่า ดีลนี้จะช่วยย้ำตำแหน่งเจ้าตลาดคอนเทนต์การ์ตูนของโซนี่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยช่องทางครบทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ที่มีอนิแม็กส์ และคิดส์ สเตชั่นอยู่แล้ว

โดยนักวิเคราะห์มองว่า โซนี่อาจใช้คอนเทนต์ที่ได้มาใหม่นี้หนุนธุรกิจบันเทิงอื่น เช่น ธุรกิจเกมอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการแข่งขันดุเดือดในตลาดสตรีมมิ่งทั่วโลก ซึ่งแต่ละรายต่างทุ่มเม็ดเงินแบบไม่เสียดาย เพื่อควานหาคอนเทนต์เด็ดมาเป็นจุดขายชิงฐานลูกค้า