สตรีมมิ่ง “หนัง-ซีรีส์” ป่วน แบรนด์ดังแยกทาง-ซื้อกิจการวุ่น-
คอลัมน์ Market Move
ความร้อนแรงของธุรกิจสตรีมมิ่งภาพยนตร์-ทีวีซีรีส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวชนิดฝุ่นตลบ ทั้งดิสนีย์ที่แยกทางกับเน็ตฟริกส์ เพื่อไปตั้งบริการสตรีมมิ่งของตนเอง ด้านเน็ตฟริกส์ก็ไม่ยอมแพ้ วิ่งหาคอนเทนต์เสริมทั้งดึงตัวพิธีกรดัง เดวิด เลตเทอร์แมน มาผลิตรายการให้
รวมถึงการซื้อสำนักพิมพ์การ์ตูนเจ้าของผลงาน Kick-Ass เกรียนโคตรมหาประลัย และคิงส์แมนโคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ เช่นเดียวกับ “โซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น” (Sony Pictures Television) ซึ่งเสริมพอร์ตด้วยการคว้าหุ้นใหญ่ในบริษัทสตรีมมิ่งการ์ตูน ”ฟูนิเมชั่น” (Funimation) ส่วน ”ไอฟริกส์” รายใหญ่ฝั่งเอเชีย ประกาศลงทุน 133 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลิตคอนเทนต์เพิ่ม
ขณะที่กระแสข่าวแยกทางกับ “ดิสนีย์” ยังไม่ทันจางนั้น “เน็ตฟริกส์” ได้เดินหน้าคว้าคอนเทนต์ใหม่ ๆ มาเสริมพอร์ตที่จะถูกดิสนีย์ดึงกลับไปหลังปี 2562 ด้วยการเข้าซื้อกิจการสำนักพิมพ์การ์ตูน “มิลลาเวิลด์” ก่อตั้งโดย “มาร์ก มิลลา” นักเขียนเจ้าของผลงานการ์ตูนที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ดังอย่าง โลแกน, กัปตันอเมริกา : ซิวิลวอร์, คิงส์แมนและคิกส์แอส
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า เป็นกลยุทธ์แบบเดียวกับเมื่อครั้งดิสนีย์ซื้อกิจการสำนักพิมพ์มาร์เวล ในปี 2552 ก่อนจะเข็นภาพยนตร์จากการ์ตูนออกสู่จอเงินจนประสบความสำเร็จถล่มทลายในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยักษ์สตรีมมิ่งสัญชาติสหรัฐยังดึงตัว ”เดวิด เลตเทอร์แมน” พิธีกรและโปรดิวเซอร์ชื่อดังของวงการสื่อสหรัฐ การันตีจากผลงานพิธีกรรายการทอล์กโชว์ “Late Show with David Letterman” ต่อเนื่องนานถึง 33 ปี มาผลิตรายการสัมภาษณ์กึ่งสารคดียาว 1 ชั่วโมง จำนวน 6 ตอน โดยมีกำหนดออกอากาศปี 2561 หวังเสริมแกร่งฐานผู้ชมในสหรัฐ
ด้าน “ดิสนีย์” เตรียมเปิดบริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ของตนเองในปี 2562 ประเดิมด้วยเรื่อง “ทอยสตอรี่ 4″ และ ”โฟรเซน 2″ รวมถึงเปิดบริการสตรีมมิ่งกีฬาของช่อง “อีเอสพีเอ็น” ในปีหน้า
ขณะเดียวกัน ”ไอฟริกส์” ยักษ์สตรีมมิ่งในตลาดเอเชีย ได้ระดมทุนเพิ่มอีก 133 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเสริมแกร่งให้การผลิตคอนเทนต์ของตนเอง ทั้งด้านโปรดักชั่นและการวางกลยุทธ์ หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัวซีรีส์ตลก ”Oi Jaga Mulut” ในมาเลเซีย และเริ่มถ่ายทอดสดกีฬาในอินโดนีเซีย รวมถึงจับมือนักแสดงดังมาร่วมสร้างซีรีส์ในฟิลิปปินส์ เพื่อรับมือการรุกไล่ของทั้งเน็ตฟริกส์และอเมซอนที่เร่งขยายบริการในภูมิภาคนี้
“มาร์ก บริท” ซีอีโอของไอฟริกส์ กล่าวว่า จากนี้บริษัทจะเปิดรับพันธมิตรเพื่อมาสร้างรายการใหม่ ๆ รองรับดีมานด์ของผู้ชมชนชั้นกลางในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องการเข้าถึงคอนเทนต์คุณภาพสูงทั้งแบบผลิตในประเทศและสากล ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
นอกจากนี้ “โซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น” บริษัทผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ในเครือโซนี่ ได้ทุ่มงบฯ 143 ล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อหุ้นจำนวน 95% ของ ”ฟูนิเมชั่น” ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งการ์ตูน ซึ่งถือสิทธิ์เผยแพร่เรื่องดังอย่าง ดราก้อนบอลภาคล่าสุด และภาพยนตร์จอเงิน ยัวเนม อยู่ในมือ
โดย “แอนดี้ แคปแลนด์” ประธานของโซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น กล่าวว่า ดีลนี้จะช่วยย้ำตำแหน่งเจ้าตลาดคอนเทนต์การ์ตูนของโซนี่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยช่องทางครบทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ที่มีอนิแม็กส์ และคิดส์ สเตชั่นอยู่แล้ว
โดยนักวิเคราะห์มองว่า โซนี่อาจใช้คอนเทนต์ที่ได้มาใหม่นี้หนุนธุรกิจบันเทิงอื่น เช่น ธุรกิจเกมอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการแข่งขันดุเดือดในตลาดสตรีมมิ่งทั่วโลก ซึ่งแต่ละรายต่างทุ่มเม็ดเงินแบบไม่เสียดาย เพื่อควานหาคอนเทนต์เด็ดมาเป็นจุดขายชิงฐานลูกค้า