เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
งานวิ่งฟีเวอร์ 3 พันสนาม สวนลุม-สวนรถไฟจองข้ามปี
Business งานวิ่งฟีเวอร์ 3 พันสนาม สวนลุม-สวนรถไฟจองข้ามปี
ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์
World ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์
จับตา ‘ฮอร์มุซ’ ปะทุรอบใหม่ หอการค้าฯ เตือนธุรกิจรับมือค่าขนส่ง-น้ำมันพุ่ง
Economic จับตา ‘ฮอร์มุซ’ ปะทุรอบใหม่ หอการค้าฯ เตือนธุรกิจรับมือค่าขนส่ง-น้ำมันพุ่ง
กอช. ชวนใช้ ‘Direct Debit’ หักบัญชีอัตโนมัติทุกเดือน แก้ปัญหาลืมออม สมัคร 27-31 ก.ค. นี้
Finance กอช. ชวนใช้ ‘Direct Debit’ หักบัญชีอัตโนมัติทุกเดือน แก้ปัญหาลืมออม สมัคร 27-31 ก.ค. นี้
“สุชาติ” สั่งปูพรม 22 โรงงาน ไล่ต้นตอน้ำเสียถึงอ่างดอกกราย
Economic “สุชาติ” สั่งปูพรม 22 โรงงาน ไล่ต้นตอน้ำเสียถึงอ่างดอกกราย
EUDR เปิดแต้มต่อยางไทย EU จัด “Low Risk” ตรวจเพียง 1% เหนือคู่แข่งอาเซียน
Economic EUDR เปิดแต้มต่อยางไทย EU จัด “Low Risk” ตรวจเพียง 1% เหนือคู่แข่งอาเซียน
ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
Economic ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
Economic รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
Politics รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Automotive ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ดูทั้งหมด

คุณและโทษ ปรับเงินเดือน-เลื่อนตำแหน่ง-

12 ต.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ HR Corner

โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนสำหรับองค์กรต่าง ๆ อยู่ 2 เรื่อง

เรื่องที่หนึ่ง คือ การขึ้นเงินเดือนประจำปีพนักงาน ซึ่งมักจะทำกันปีละครั้ง โดยการประเมินจากผลการปฏิบัติงาน แล้วบริษัทจะพิจารณาขึ้นเงินเดือนไปตามผลงานของพนักงานแต่ละคน ซึ่งปกติจะมีเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยกันอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี (เราขึ้นเงินเดือนกันปีละประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์กันมาเกิน 10 ปีแล้วล่ะครับ ปีหน้าผมก็คาดว่าเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนก็คงอยู่เท่านี้แหละ)

ผมเคยเขียนเรื่อง “การขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า” ไว้แล้ว (ใครสนใจก็ไปเสิร์ชหาคำนี้ในกูเกิลอ่านดูนะครับ จะได้เข้าใจสัจธรรมเรื่องนี้ได้ดีขึ้น)เรื่องที่สอง คือ การปรับเงินเดือนขึ้นเมื่อพนักงานได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น มีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ซึ่งค่าเฉลี่ยในตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน midpoint ของกระบอกถัดไป (ในกรณีที่บริษัทนั้น ๆ มีโครงสร้างเงินเดือน)

เมื่อมองจากวัตถุประสงค์ของการปรับเงินเดือนทั้ง 2 กรณีแล้ว จะเห็นว่ามีบริบทที่แตกต่างกันนะครับ

การขึ้นเงินเดือนประจำปีจะดูจากผลการปฏิบัติงานของพนักงานว่า ปีที่ผ่านมาทำงานได้ดี หรือไม่อย่างไร ถ้าที่ไหนมีระบบตัวชี้วัดผลงาน หรือ KPI (หรือเดี๋ยวนี้บางที่จะเรียก BSC-balanced scorecard หรือจะเรียก OKR-objectives & key result ผมถือว่าเป็นกลุ่มเดียวกันนะครับ เพราะทุกอย่างก็มาจาก MBO-management by objectives ของคุณปู่ปีเตอร์ดรักเกอร์ แหละครับ) หรือประเมินผลงานแบบจิตสัมผัส (rating scale) ก็จะดูว่าพนักงานคนนั้น ๆ มีผลการทำงานเป็นอย่างไร เข้าตาหัวหน้ามากน้อยแค่ไหน แล้วก็ขึ้นเงินเดือนกันไป แต่พนักงานยังคงทำงานเหมือนเดิมและอยู่ในตำแหน่งเดิม

ส่วนการปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่ง แม้ว่าจำเป็นจะต้องดูผลการประเมินประกอบด้วยก็ตาม แต่จะมีความแตกต่างจากการได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี คือ ตัวพนักงานจะต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มสูงมากขึ้น ตามตำแหน่งที่ขยับเลื่อนขึ้นไป และถือว่าเป็นความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของพนักงานคนนั้น

ท่านลองคิดดูสิครับว่า ถ้าเราได้รับการขึ้นเงินเดือนประจำปี กับการได้รับการปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นนั้น อย่างไหนจะทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจมากกว่ากัน ?

เมื่อเข้าใจเรื่องที่ผมพูดมาข้างต้นแล้ว เราลองกลับมาดูว่าปัจจุบันในองค์กรของท่านมีการปฏิบัติเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนประจำปี และการปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่งกันยังไงกันบ้าง

จะพบวิธีปฏิบัติอย่างนี้ครับ

1.บางบริษัทนำการขึ้นเงินเดือนประจำปีกับการปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่งมาไว้รวมเป็นก้อนเดียวกัน และจัดให้การขึ้นเงินเดือนประจำปี และการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งอยู่ในเวลาเดียวกัน เช่น พิจารณารวมกันในเดือนธันวาคมของทุกปี

เวลาจะชี้แจงกับพนักงานว่าได้รับการขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ และปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่งกี่เปอร์เซ็นต์ ก็จะชี้แจงไม่ได้ เช่น สมมุติปีนี้บริษัทมีงบประมาณขึ้นเงินเดือนประจำปีเฉลี่ย 5 เปอร์เซ็นต์ และบริษัทมีหลักเกณฑ์การปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่ง 10 เปอร์เซ็นต์

แต่พอมาทำให้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน จะทำให้พนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งได้เปอร์เซ็นต์การปรับเงินเดือนรวมทั้งสองอย่างเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์

พอพนักงานถามหัวหน้าว่าพอจะแยกให้ดูได้ไหมว่า เขาได้รับการขึ้นเงินเดือนประจำปีกี่เปอร์เซ็นต์ และได้รับการปรับเงินเดือนเนื่องจากเลื่อนตำแหน่งกี่เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารจะบอกว่า…มันก็รวม ๆ กันอยู่ในก้อนนั้นแหละ

ลองคิดแบบ “ใจเขา-ใจเรา”ดูสิครับ ว่าพนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจะรู้สึกอย่างไร

2.บางบริษัทจะแยกการขึ้นเงินเดือนประจำปีออกจากการเลื่อนตำแหน่ง เช่น ขึ้นเงินเดือนประจำปีมีผลทุกเดือนมกราคม ส่วนการเลื่อนตำแหน่งและปรับเงินเดือนให้กับพนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจะมีผลเดือนกรกฎาคมของทุกปี

ถ้าถามผมว่าเห็นด้วยกับข้อ 1 หรือข้อ 2 ก็ขอตอบจากประสบการณ์ ดังนี้ครับ

1.ถ้าจะรวมการขึ้นเงินเดือนประจำปีไว้กับการเลื่อนตำแหน่งให้อยู่ในเดือนเดียวกัน ก็ควรจะแยกงบประมาณทั้ง 2 ตัวนี้ออกจากกันให้ชัดเจน เช่น พนักงานมีผลการปฏิบัติงานเกรด B ได้รับการขึ้นเงินเดือน 8 เปอร์เซ็นต์ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งได้รับการปรับเงินเดือนเนื่องจากเลื่อนตำแหน่ง 10 เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้จะทำให้สามารถชี้แจงพนักงานได้ชัดว่า พนักงานได้รับ rewards ในเรื่องไหนเท่าไหร่ (กี่เปอร์เซ็นต์)

2.ควรแยกการขึ้นเงินเดือนประจำปีออกจากการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โดยทำตามแนวทางข้อ 2 ข้างต้น เพราะจะไม่ทำให้ผู้บริหารนำเอาเรื่อง 2 เรื่องที่บริบทต่างกันมาไว้ในคราวเดียวกัน และจะทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกที่ดีว่าได้รับการยอมรับ และไว้วางใจจากฝ่ายบริหารให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น

แตกต่างจากการขึ้นเงินเดือนประจำปี ซึ่งมีการพิจารณากันไปตามผลการปฏิบัติงานตามปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องของการให้การยอมรับ และไว้วางใจให้พนักงานดำรงตำแหน่งสูงขึ้นแต่อย่างใด

ตรงนี้ก็ได้แต่เพียงเป็นการแชร์ไอเดียจากประสบการณ์ของผมเท่านั้น ส่วน HR หรือผู้บริหารองค์กรใดจะเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ก็คงแล้วแต่การตัดสินใจของผู้บริหารในองค์กรนั้น ๆ

ผมเลยขอตบท้ายด้วยคำสอนของอดีตนายเก่าผมท่านหนึ่งที่ผมเคารพนับถือว่า….ก่อนให้ คิดให้ดี ให้แล้วต้องเป็นบุญคุณ ถ้าให้แล้ว ผู้รับไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณ ก็อย่าให้ ไม่งั้นการให้นั้นจะสูญเปล่า

อย่าเสียน้อย เสียยาก…เสียมาก เสียง่าย เลยครับ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”