เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

จับตา “เบร็กซิต” ก่อแรงกระเพื่อมปลายปี-

25 ต.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจ

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์

ทางเศรษฐกิจและธุรกิจทั้งหลาย เลิกพูดถึงการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ หรือ “เบร็กซิต” มานาน เหตุผลหนึ่งคือ การเจรจาเบร็กซิตระหว่างรัฐบาลนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ กับตัวแทนของชาติสมาชิกอียู ชะงักงันแบบไม่คืบหน้า เป็นปมทางการเมืองมากกว่าทางเศรษฐกิจ และเป็นปมการเมืองภายในอังกฤษเองมากกว่าด้วยซ้ำ

แต่เบร็กซิตก็ต้องกลับมาเป็นปัญหาใหญ่หลวงทางเศรษฐกิจจนได้ หากการเจรจาไม่มีความตกลงที่ชัดเจน นั่นหมายถึงอังกฤษจะพ้นจากสมาชิกแบบไม่มีอะไรรองรับ ทำให้ความสัมพันธ์ด้านการค้า การเงิน การลงทุน ฯลฯ ระหว่างกันจะตกอยู่ในสภาพ “โกลาหล” ทันที

ความพยายามในการเจรจาระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอียูเมื่อสัปดาห์ก่อนล้มเหลวไม่เป็นท่า ยังไม่พอการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายนถูกยกเลิก ซึ่งกว่าจะมีการหารืออีกทีก็เดือนธันวาคม ทำให้เหลือเวลาไม่กี่มากน้อยก่อนที่จะถึงกำหนดพ้นจากสมาชิกในเดือนมีนาคมต้นปีหน้า

และถึงนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะมีความสามารถในการโน้มน้าวจนผู้นำอียูยินยอมทำความตกลงได้ ก็ยังไม่แน่ใจได้ว่าความตกลงนั้นจะสร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายในสภาผู้แทนราษฎร ได้มากพอที่จะทำให้เสียงข้างมากในสภาเห็นชอบกับความตกลงที่เกิดขึ้นได้

ซึ่งยากเย็นมากหากพิจารณาจากจุดยืนของแต่ละฝ่ายที่ต่างมี “วาระ” ของตัวเองในการใช้ประโยชน์จากเบร็กซิตหนนี้

ตัวอย่างเช่น กลุ่มหนุนเบร็กซิตภายในพรรครัฐบาล นำโดยอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ บอริส จอห์นสัน มองเบร็กซิตว่าเป็นโอกาสที่จะยึดอธิปไตยของประเทศกลับคืนมา ความตกลงใด ๆ ที่ลงเอยด้วยการที่อังกฤษไม่สามารถควบคุมตัวบทกฎหมายและพรมแดนของตัวเองได้ทั้งหมด ถือว่าเป็นความตกลงที่ยอมรับไม่ได้

หรือ เจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน พรรคฝ่ายค้านรัฐบาล ตั้งแต่ทำประชามติเมื่อปี 2016 แต่กลับไม่กระตือรือร้นในการรณรงค์เพื่อให้อังกฤษยังคงอยู่กับอียู เพราะไปขัดกับความต้องการที่จะยึดบางส่วนของอุตสาหกรรมในอังกฤษกลับเป็นของรัฐ วาระซ่อนเร้นของคอร์บินก็คือ เบร็กซิตเป็นเครื่องมือนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่อาจเปิดโอกาสให้พรรคเข้ามาบริหารประเทศ

ในกรณีของ อาร์ลีน ฟอสเตอร์ หัวหน้าพรรคเดโมเครติก ยูเนียนนิสต์ (ดียูพี) พรรคการเมืองเล็ก ๆ จากไอร์แลนด์เหนือ ที่มี ส.ส.เพียง 10 ที่นั่ง แต่มีอิทธิพลสูงมากในรัฐบาลเทเรซา เมย์ กลับยอมรับไม่ได้หากอังกฤษไปยินยอมให้คำมั่นสัญญาต่อผู้นำอียูว่าจะไม่ปิดพรมแดนบนเกาะไอร์แลนด์ เพื่อแลกกับการยืดระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านหลังเบร็กซิตออกไป ซึ่งดูเหมือนเป็นทางออกสำหรับอังกฤษในเวลานี้

ที่น่าเห็นใจที่สุดในยามนี้ก็คือ บรรดาธุรกิจใหญ่น้อยในอังกฤษที่จำเป็นต้องทำมาค้าขายและให้บริการระหว่างประเทศ เพราะนับวันแทนที่การเจรจาเบร็กซิตจะชัดเจนขึ้นกลับยิ่งแย่ลง

จากเดิมที่บริษัทต้องมานั่งคิดแผน รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในกรณีที่เกิดเบร็กซิตแบบไม่มีความตกลงใด ๆ ตอนนี้ต้องมานั่งกุมขมับอีกรอบ เพราะต้องชั่งใจให้ได้ว่าแผนฉุกเฉินที่ว่านั้นต้องนำมาใช้จริงหรือไม่ ตอนไหน ?

และล่าสุดการเจรจาที่บรัสเซลส์ล้มเหลว “แคโรลีน แฟร์เบร์น” ผู้อำนวยการทั่วไปสมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (ซีบีไอ) มีสมาชิกเป็นบริษัทธุรกิจในกว่า 236 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีลูกจ้างเกินกว่า 500 คนขึ้นไป ประกาศแล้วว่าซีบีไอจะไม่ยอมรอความชัดเจนเรื่องนี้อีกแล้ว

หากทุกอย่างไม่เข้าที่เข้าทางภายในเดือนธันวาคม ส่วนใหญ่ของสมาชิกซีบีไอจะเริ่มต้นใช้แผนฉุกเฉินทันที

แฟร์เบร์นระบุว่า คำเตือนนี้อ้างอิงจากการสำรวจความคิดเห็นสมาชิกซีบีไอช่วงระหว่างวันที่ 19 กันยายนจนถึง 8 ตุลาคม ซึ่ง 82% ตอบว่า เตรียมปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินทันทีถ้าเดือนธันวาคมนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน

แผนรับมือที่ว่านั้นมีตั้งแต่การปลดพนักงานเพื่อรัดเข็มขัด, โยกย้ายปรับเปลี่ยนระบบห่วงโซ่อุปทานในการผลิตที่อยู่นอกประเทศ, กักตุนสินค้าและเริ่มต้นย้ายฐานผลิตและการบริการไปต่างแดน

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องใหญ่โตไม่ใช่เล่น แต่แฟร์เบร์นยืนยันว่า จำเป็นต้องทำเพราะสถานการณ์ล่วงเลยมาถึงขั้นตอนที่เป็น “ภาวะฉุกเฉิน” แล้วสำหรับองค์กรธุรกิจ

ความรวดเร็วในการเจรจาต่อรองทางการเมือง ไล่ตามความเป็นจริงที่บริษัทเหล่านี้ต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกวันไม่ทันเลยจริง ๆ

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”