เติบโตไปด้วยกัน-
คอลัมน์ CSR Talk
โดย สุรีพันธุ์ เสนานุช สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
Inclusive growth” หนึ่งในคำประชาสัมพันธ์ยอดฮิตในการทำ CSR ขององค์กรยักษ์ใหญ่หลายองค์กร รวมทั้งประเทศไทย แท้จริงแล้วความหมายของคำคำนี้คืออะไร เพื่อที่สังคมจะได้มีความชัดเจนไม่ใช่แค่ลมปากผ่านหู
OECD ให้นิยามสั้น ๆ และกระชับได้ใจความว่า “เป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความทั่วถึง เป็นธรรมในทุกภาคส่วนของสังคม และสร้างโอกาสสำหรับทุกคน”
TDRI นำเสนองานวิจัย “การเติบโตอย่างมีส่วนร่วมของไทย” ซึ่งระบุถึงปัจจัยที่จะทำให้การเติบโตอย่างมีส่วนร่วมเป็นจริงได้ 4 ด้าน
หนึ่ง ด้านการเงิน คือการเข้าถึงสินเชื่ออย่างเท่าเทียม เพราะสินเชื่อเป็นการรับประกันผลประโยชน์และโอกาสจากการลงทุน แม้ดูเหมือนว่าขณะนี้ภาคการเงินของไทยจะปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ หรือวิสาหกิจชุมชนมากขึ้น คำถามคือสินเชื่อนั้นไปสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึงจริงหรือไม่มีปริมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของผู้มีรายได้น้อยไปสู่รายได้ปานกลาง หรือรายได้สูงจำนวนเท่าใด
สอง ด้านแรงงาน คือการมีหลักประกันที่ดีในการทำงานทั้งในระบบและนอกระบบ ทั้งในด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย ความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจไม่น้อยไปกว่าแรงงานในระบบ เช่น เกษตรกร แรงงานรับจ้าง รัฐควรมีหลักสร้างหลักประกันที่ดีให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย
สาม ด้านการพัฒนา ที่เน้นความสมดุลระหว่างเมืองและชนบท เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการอพยพแรงงานมาสู่เมืองชนบท ควรมีการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างพอเพียง มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเช่น ไฟฟ้า น้ำสะอาด
สี่ ด้านการเมือง นโยบายทางการเมืองต้องเป็นการกระจายความเสมอภาค พัฒนาทุนมนุษย์ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในระยะยาว ไม่ใช่ลักษณะของการอุดหนุน เช่น นโยบายกองทุนหมู่บ้าน บัตรสวัสดิการ เป็นต้น ตัวอย่างการพัฒนาชนบทในยุคประธานาธิบดีปัก จุงฮีของเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุด
“inclusive growth” จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ แต่จะต้องทำอย่างมีกระบวนการ และมองในทุกมิติ การที่ธุรกิจค้าปลีก อย่างห้างสรรพสินค้าเปิดพื้นที่ให้สินค้าชุมชนเข้ามาขายสินค้า 4-6 ครั้งต่อปี ยังไม่สามารถอ้างได้ว่าองค์กรกำลังสร้างสังคมไปสู่ “inclusive growth” เพราะไม่ได้ไปถึงจุดที่จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชนที่นำสินค้ามาขายอย่างชัดเจน ตรงกันข้าม บางรายอาจประสบภาวะขาดทุน แม้ไม่ต้องจ่ายค่าที่ เพราะค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และค่าเวลาก็ไม่คุ้มทุนที่ลงไป
ธนาคารชุมชน สหกรณ์ชุมชน เป็นเครื่องมือนำไปสู่ความเป็นองค์กรชุมชนที่เข้มแข็งได้ หากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้องค์กรชุมชนสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจ จัดสวัสดิการให้สมาชิก รวมทั้งเป็นหลักประกันที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสมาชิกอย่างยั่งยืน ในงาน CSR ที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ที่การพัฒนาชุมชน การสร้างองค์กรชุมชนที่เข้มแข็งเป็นคำตอบที่จะนำไปสู่เป้าหมาย
ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นงานที่ไม่ง่าย ต้องใช้เวลา เห็นผลช้า ไม่ทันกับการนำไปประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าได้ก้าวไปสู่ต้นทางของหลักชัยเพียงก้าวเดียวจะเห็นผลที่น่าภาคภูมิใจ ซึ่งมีหลายองค์กรได้ก้าวมาสู่จุดนี้แล้ว และหากเดินต่อไปอย่างต่อเนื่อง สามารถบอกกับสังคมได้ว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “inclusive growth” ให้กับสังคมไทย
สถานการณ์ของโลกและสังคมไทยในปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่จะสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกนับไม่ถ้วน องค์กรธุรกิจได้รับการเรียกร้องให้ร่วมแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่ก่อจลาจลในกรุงปารีส สถานการณ์ในเวเนซุเอลา ถ้าวิเคราะห์ให้ดีต่างมีผลพวงจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล ไม่ทั่วถึง และไม่มีความเป็นธรรมทั้งสิ้น
ถ้าผู้บริหารประเทศยังคงสนใจแต่การขับเคลื่อน GDP โดยเอื้อผลประโยชน์ทั้งด้านกฎระเบียบ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจ และแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการโยนเม็ดเงินลงไปเป็นระยะ ๆ เพื่อสร้างคะแนนนิยม การที่จะไปสู่การเติบโตร่วมกันคงไม่มีวันเป็นจริง
แต่ถ้าองค์กรธุรกิจหันมาสร้าง “inclusive growth” โดยตั้งเป้าหมายเพียง 1 องค์กร 1 จังหวัด เราคงก้าวพ้นชะตากรรมของสังคมล่มสลายได้อย่างแน่นอน
หมายเหตุ – ข้อมูลอ้างอิง : http://www.oecd.org/inclusive-growth/#introductionhttps://tdri.or.th/2016/01/inclusive-growth-new-development-model/
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
