เมื่อ ยีลด์-เคิร์ฟ “กลับหัว” หรือ ศก.อเมริกันจะถดถอย ?-
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์
ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาเปิดฉากประเดิมการซื้อขายในเดือนธันวาคมด้วยปรากฏการณ์เทขายกระหน่ำต่อเนื่อง จากปัจจัยหลายประการ แต่สาเหตุหนึ่งที่ชวนคิดมากที่สุด คือ สิ่งที่นักลงทุนเรียกกันว่า “ปรากฏการณ์ ยีลด์ เคิร์ฟ อินเวอร์ชั่น”
“ยีลด์ เคิร์ฟ” หมายถึงลักษณะการขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เป็นผลตอบแทนของการถือครองพันธบัตร ยิ่งถือครองนานเท่าใด อัตราผลตอบแทนย่อมสูงขึ้นกว่าการถือครองระยะสั้นนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ตลาดตราสารใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงสุดของโลก
“อินเวอร์ชั่น” คือปรากฏการณ์ “กลับหัว” ของผลตอบแทน ซึ่งจะเป็นไปในทางตรงข้ามคือ อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรระยะยาวลดลงอยู่ในระดับเท่ากัน หรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม ก็คือผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะ 2 ปี ขยับไปอยู่ที่ 2.8110% ตอนปิดตลาด ในเวลาเดียวกันพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี กลับมีอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนอยู่ที่ 2.799%
ภาวะอินเวอร์ชั่นนี้ โดยตัวมันเองไม่ได้ก่อปัญหา แต่นับตั้งแต่ทศวรรษ 60 ตลาดตราสารหนี้สหรัฐเคยเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้หลายครั้ง ที่น่ากลัวคือ ทุกครั้งที่เกิดอินเวอร์ชั่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้นตามมาทุกที
ครั้งหลังสุดที่เกิดปรากฏการณ์นี้ช่วงต้นปี 2006 จนถึงกลางปี 2007 ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดวิกฤตซับไพร์มตามมา
คำถามที่น่าสนใจคือในเมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรขึ้นอยู่กับปัจจัยทางจิตวิทยา หรือความคาดหวัง จริงหรือที่ปรากฏการณ์นี้จะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงในอนาคตได้ คำตอบเรื่องนี้คือ อย่างน้อยที่สุดในทางทฤษฎี ปรากฏการณ์อินเวอร์ชั่นสามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจได้จริง ๆ
เรื่องนี้พัวพันกับเรื่องอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยมาต่อเนื่อง และคาดหมายว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป้าหมาย หรือ เฟด ฟันด์ เรต อีกครั้ง สู่ระดับ 2.5% ซึ่งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นระหว่างธนาคารเพื่อนำเงินไปปล่อยกู้และได้ประโยชน์จากส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะสูงกว่า เพราะเป็นดอกเบี้ยระยะยาว
การขึ้นอัตราดอกเบี้ย เฟด ฟันด์ เรต สร้างแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ยอื่น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้น 2 ปี
ปัญหาจะเกิดขึ้นหากดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในระดับสูงกว่าดอกเบี้ยระยะยาว เพราะเท่ากับเป็นการลดทอนส่วนต่าง และลดกำไรของธนาคารลงตามไปด้วย
ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือ ธนาคารจะลดการปล่อยกู้ หรือบางธนาคารจะงดการปล่อยกู้ไปเลย ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นตามมา
ในอีกทางหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาการบริโภคของประชาชนเป็นหลักอย่างสหรัฐนั่นคือ เหตุผลของการคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตลดลง เพราะเชื่อว่าในอนาคตเศรษฐกิจจะเกิดปัญหา แล้วเฟดจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ความเชื่อดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนชะลอการบริโภคลง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการผลิตสินค้าของผู้ผลิตต่าง ๆ ซึ่งประสบปัญหาในการแสวงหาเงินทุนอยู่ก่อนแล้ว ในเวลาเดียวกันตลาดหุ้นก็จะตกต่ำ เพราะนักลงทุนจะหันไปหาทรัพย์สินที่มีความมั่นคงปลอดภัยมากกว่า เป็นต้น
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายคนเชื่อว่า ภาวะอินเวอร์ชั่น คือตัวบ่งชี้ “ที่ดี” ต่อสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต อย่างน้อยที่สุดก็ชี้ให้เห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจอเมริกันที่กำลังพุ่งเพราะแรงผลักจากนโยบายการคลัง และนโยบายภาษีในเวลานี้ จะชะลอความเร็วลง
ส่วนจะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงภาวะถดถอยหรือไม่นั้น ผู้รู้ทั้งหลายแตกความเห็นออกเป็น 2 ทาง คือ ใช่ และไม่ใช่
นักเศรษฐศาสตร์ระดับ อดีตประธานเฟด อย่าง อลัน กรีนสแปน และ เบน เบอร์แนนคี ยืนยันว่า ยีลด์ เคิร์ฟ อินเวอร์ชั่น ไม่ควรนำมายึดถือเป็นเครื่องมือทำนายภาวะถดถอยที่แม่นยำ
แต่อีกหลายคนเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต คือ บทเรียนที่สำคัญ และเป็นข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้ ถึงกับลงทุนไปหามาว่า ถ้าอินเวอร์ชั่นเกิดตอนนี้ แล้วเศรษฐกิจสหรัฐจะเริ่มถดถอยเมื่อใด
ผลที่ได้ก็คือ ในช่วงแรก ๆ ภาวะถดถอยจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดอินเวอร์ชั่นราว 21 เดือน แต่ระยะหลัง ช่วงเวลาดังกล่าวหดสั้นลงเหลือ 13-15 เดือน
ถ้าเป็นไปตามนั้นก็คือ ปี 2019 เศรษฐกิจอเมริกันจะเริ่มชะลอตัว และจะตกลงไปสู่ภาวะถดถอยเต็มตัวในปี 2020 ซึ่งน่ากังวลไม่น้อยสำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจโลก ถ้าคำนึงถึงว่า สหรัฐอเมริกา เป็นจุดเดียวบนโลกในเวลานี้ที่เศรษฐกิจเติบโต ขณะที่ส่วนอื่น ๆ มีแต่ทรงกับทรุดกันถ้วนหน้า
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code

