เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ลุ้นตัวโก่ง ศก.ไทยปี’62

13 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย พัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์

คงมาจากเหตุผลที่ว่า “ประชาชาติธุรกิจ” คือหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งวันนี้มีอายุเข้าสู่ปีที่ 43 ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงการคาดการณ์ต่อสภาวะเศรษฐกิจของไทยอยู่บ่อย ๆ

ประมาณว่าผู้สื่อข่าวมีโอกาสพบเจอนักธุรกิจมากมายรับรู้ถึงข้อมูลทั้งที่เปิดเผยได้ และเปิดเผยไม่ได้ เพราะฉะนั้น น่าจะรู้ตื้นลึกมากกว่า

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ช่วงไหนการค้าขายและเศรษฐกิจโดยรวมไม่ค่อยสดใส (แบบเดียวกับช่วงเวลานี้) คำถามทำนองนี้จะถี่เป็นพิเศษ

ซึ่งก็น่าจะเป็นธรรมชาติของคน เวลาค้าขายดี ๆ ไม่มีเรื่องให้กังวลใจ แต่ละคนจะมองไปข้างหน้า แทบไม่สนใจคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ

ประมวลความเห็นกูรูแต่ละแวดวง ทั้งนักธุรกิจใหญ่ผู้บริหาร นักเศรษฐศาสตร์ระดับตำนาน ซึ่งมีโอกาสพบเจอในช่วงที่ผ่านมา

คำตอบส่วนใหญ่ตรงกัน ปี 2562 ที่กำลังมาถึงจะเป็นปีที่การทำธุรกิจยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย

ปีนี้ก็ว่ายากแล้วนะ !!!

“ส่งออกน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผลกระทบจากจีน”

“ยางพารา ปาล์มน้ำมัน คงลำบาก”

“ก่อนหน้านี้เรามีท่องเที่ยวเป็นตัวช่วย แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนลดลง”

“ปีนี้ตัวเลขการบริโภคในประเทศดีขึ้น จากยอดขายรถยนต์สูงเป็นประวัติการณ์ ปีหน้าอาจไม่เป็นแบบนี้”

“ปีหน้าเรายังมีเลือกตั้ง”

“นึกไม่ออกว่า ปีหน้าเราจะมีข่าวดีอะไรบ้าง”

ฯลฯ

สอดคล้องกับคำคาดการณ์ของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัย กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้าถือเป็นความท้าทายมาก

มองว่าในปี 2562 ทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจะเติบโตช้าลง เมื่อเทียบกับปีนี้ที่คาดว่าจะมีการเติบโตอยู่ที่ 4.3%

“ปีหน้าการเติบโตของไทยน่าจะต่ำกว่า 4%” กูรูผู้นี้ทำนาย

แต่ว่าการเติบโตในระดับ 4% ที่ว่านี้ขึ้นอยู่กับข้อแม้ที่ว่า การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวหลังจากที่นักท่องเที่ยวจากจีนหายไปจำนวนหนึ่งในช่วงครึ่งหลัง รวมถึงการส่งออกที่ต้องขยายตัวเพิ่มขึ้น

ขณะที่ในซีกรัฐบาลถึงแม้ส่วนใหญ่จะยอมรับถึงสภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าที่มีตัวแปรมากมาย แต่ยืนยันถึงเป้าหมายจีดีพีที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีนี้

วกกลับไปที่กลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ คนที่ลงมือทำจริง ๆ เวลาได้รับผลกระทบก็เจอเต็ม ๆ ต้องกอบกู้สถานการณ์ด้วยมือทั้งสองข้าง

โดยเฉพาะความเป็นห่วงอันเนื่องในผลกระทบที่มาจาก “จีน”

ยกตัวอย่าง ในซีกผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่น่าเชื่อว่าเวลานี้ลูกค้าคนจีนมีส่วนกำหนดการเติบโตของตลาดพอสมควรทีเดียว

รศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้บริหารค่ายเสนาดีเวลลอปเม้นท์ แชร์ข้อมูลให้ฟังว่า ในจำนวนสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีที่ผ่านมาซึ่งสูงถึง 700,000 ล้านบาท ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า เป็นสัดส่วนของลูกค้าคนจีนประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่าถึง 70,000 ล้าน

“คนจีนมองว่าอาคารชุดในประเทศไทยราคายังถูกเมื่อเทียบกับในเซี่ยงไฮ้” คือคำอธิบายของ “ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด

“เมื่อลองหักยอดขายลูกค้าชาวจีนออกไป 10% สิ่งที่ค้นพบคือ ยอดขายคอนโดฯในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแทบไม่ได้เติบโต”

นอกเหนือจากมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ การค้าส่งออกผู้ประกอบการเรียลเอสเตต ฯลฯ ประมวลความเห็นจากธุรกิจหลัก ๆ เห็นตรงกัน การเมืองหลังเลือกตั้งในต้นปีหน้าเป็นความเปราะบางที่ภาคธุรกิจกังวลที่สุด

ถ้าปลุกม็อบมาปิดเมือง และถึงขั้นลงไม้ลงมือกันอีกรอบ คงไม่มีโอกาสให้ประเทศไทยได้แก้ตัวอีกอย่างแน่นอน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code