เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

จัดระเบียบใหม่ภาษีเครื่องดื่ม ซอฟต์ดริงก์-แอลกอฮอล์อ่วมหนักยกแผง-

23 ส.ค. 2560 | 07:00น.

“เครื่องดื่ม” ระทึกภาษีใหม่ ดีเดย์ 16 ก.ย. ซอฟต์ดริงก์-แอลกอฮอล์ โดนกันทั่วหน้า คลังจ่อเก็บตามความหวาน 6 ระดับ 6 อัตรา ชูกำลัง น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชาเขียว ไม่รอด “ยูนิ-เพรสซิเดนท์-บิ๊กโคล่า” ชู 3 ซีนารีโอ ปรับสูตร/สินค้าใหม่/ขึ้นราคา ตั้งรับรอบด้าน “ดิอาจิโอ” ลุ้นอัตราใหม่เหล้า-เบียร์ ยังไม่ฟันธงขึ้นราคา แต่ผู้ประกอบการแบกต้นทุนแฝงอื้อ หลังเพดานใบอนุญาตขาย ผลิต นำเข้า สูงปรี๊ด

กระชั้นเข้ามาทุกที กับการบังคับใช้ของ พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่จะมีผลในวันที่ 16 กันยายนที่จะถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ในหลากหลายมิติ

ทั้งด้านของ “ฐานราคา” ที่จะนำราคาขายปลีกแนะนำมาคำนวณอัตราภาษีแทนฐานราคาขายส่ง หรือราคาซีไอเอฟของสินค้านำเข้าเดิม “อัตราภาษี” ของกลุ่มเหล้า-เบียร์ ที่ลุ้นกันเหงื่อหยด ว่าจะออกมาเท่าใด ส่วนในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เอง ก็ต้องเจอเข้ากับ “ภาษีความหวาน” ที่ถูกจัดเก็บเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิม ตามระดับความหวานของสินค้า ซึ่งมีอัตราของภาษีที่ต่างกันตั้งแต่ 10 สตางค์-1 บาท ต่อ 100 มิลลิลิตรเลยทีเดียว

จ่อเก็บตามความหวาน 6 ระดับ

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงการที่กระทรวงการคลังเตรียมที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกฎกระทรวงฉบับที่ 29 ซึ่งมีเรื่องของภาษีเครื่องดื่ม ที่จะจัดเก็บจากค่าความหวานของน้ำตาลเพิ่มขึ้นมา ถือเป็นอัตราภาษีใหม่ที่ไม่เคยจัดเก็บมาก่อน โดยไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มประเภท น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง และชาเขียว หากมีค่าความหวานหรือน้ำตาลมากกว่าที่กฎหมายกำหนด จะต้องเสียภาษีเพิ่ม จากปัจจุบันที่เสียภาษี 20% จากมูลค่าอยู่แล้ว

โดยกรมเสนอให้เก็บตามค่าความหวาน 6 ระดับ คือ 1.ค่าความหวาน 0-6 กรัม ต่อ 100 มล. ไม่เสียภาษี 2.ค่าความหวาน 6-8 กรัม ต่อ 100 มล. เสียภาษี 10 สตางค์ ต่อลิตร 3.ค่าความหวาน 8-10 กรัม ต่อ 100 มล. เสียภาษี 30 สตางค์ ต่อลิตร 4.ค่าความหวาน 10-14 กรัม ต่อ 100 มล. เสียภาษี 50 สตางค์ ต่อลิตร 5.ค่าความหวาน 14-18 กรัม ต่อ 100 มล. เสียภาษี 1 บาท ต่อลิตร 6.ค่าความหวาน 18 กรัม ต่อ 100 มล. ขึ้นไป เสียภาษี 1 บาท ต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีตามอัตราดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 2 ปี หรือวันที่ 16 กันยายน 2562 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว

ยูนิฟ งัดแผนตั้งรับ

นายทนุ เนาวรัตน์พงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาพร้อมดื่ม ยูนิฟ ที น้ำผักผลไม้รวม ยูนิฟ ฯลฯ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทมีการหารือถึงแนวทางในการรับมือกับอัตราภาษีความหวานอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมี 2 แนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือ 1.การออกสินค้าใหม่ สูตรน้ำตาลต่ำ หรือนำสารทดแทนความหวานมาใช้ 2.การปรับราคาสินค้าขึ้น ให้สอดรับกับภาษีที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับตัวเพื่อรับกับเทรนด์สุขภาพที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว “สลัดเดย์ บาย ยูนีฟ” น้ำผักผลไม้ 100% และชาพร้อมดื่ม “เดลี่เมท”

“บางส่วนอาจเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปรับขึ้นราคา เช่นน้ำผลไม้ 100% จะทำแบบไม่หวานออกมาก็ไม่ได้ เพราะผู้บริโภคเองก็คงคาดหวังในเรื่องนี้อยู่ คิดง่าย ๆ ว่าถ้าจะไปซื้อส้มที่ตลาด ใครจะอยากได้ส้มแบบไม่หวาน ? เชื่อว่า ภายใต้ต้นทุนภาษีที่เกิดขึ้นของเครื่องดื่มทั้งหมด กลไกตลาดจะต้องผลักราคาให้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

“บิ๊กโคล่า” พร้อมรับมือ

นายภานุวัตร แตงงาม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอัดลม บิ๊ก, บิ๊กเฟรช เครื่องดื่มชูกำลัง บิ๊กโวลต์ ฯลฯ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการพูดคุยถึงแผนการรับมือมาตรการทางภาษีดังกล่าว โดยมีหลายซีนารีโอที่เตรียมเอาไว้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนที่จะประกาศออกมาได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มี 3 ทางเลือก คือ การลดความหวานของสูตรเก่า การปรับราคาหรือขนาดลง และการออกสูตรใหม่ที่มีความหวานน้อยลง

“เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าจะตัดสินใจออกมาอย่างไร เพราะต้องศึกษาตลาดและการตอบรับของผู้บริโภคให้รอบด้าน หากปรับลดความหวานลงแล้วแบรนด์จะเสียฐานลูกค้าไป คงไม่คุ้มกับการดำเนินธุรกิจ แต่ข้อได้เปรียบของอาเจคือการเป็นบริษัทที่มีความยืดหยุ่นในการบริหาร หากจะต้องคิดสูตรใหม่ก็สามารถทำได้ในระยะเวลา 6 เดือน ขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ อาจใช้เวลา 1-1 ปีครึ่ง”

เหล้า-เบียร์ ลุ้นตัวโก่ง

นายธนากร คุปตจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ สเมอร์นอฟ เบนมอร์ ฯลฯ ระบุว่า โครงสร้างภาษีสุราที่จะถูกจัดเก็บตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตฉบับใหม่ ยังคงจัดเก็บ 2 อัตรา แต่เปลี่ยนมาใช้ราคาขายปลีกแนะนำแทนราคาขายส่งช่วงสุดท้าย และเน้นการจัดเก็บตามปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ภาครัฐได้ประกาศเพดานภาษีออกมา แต่ยังไม่ได้กำหนดอัตราที่จะเรียกเก็บจริง ซึ่งคาดว่าอัตราดังกล่าวจะถูกประกาศออกมาในช่วงเย็นของวันที่ 15 กันยายน ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายน เพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนสินค้า

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะชี้แจงว่าการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่บริษัทในฐานะผู้ประกอบการก็หวั่นเรื่องอัตราใหม่ที่จะออกมา เพราะที่ผ่านมา

ภาษีสรรพสามิตก็มีการปรับขึ้นทุก 2-3 ปีอยู่แล้ว โดยล่าสุดได้ปรับขึ้นเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา รวมถึงภาษีที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะก็ถูกเรียกเก็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีภาษีที่ต้องจ่ายให้กระทรวงมหาดไทย 10% กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 2% องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 1.5% กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 2% รวมเป็น 15.5% และล่าสุดการเรียกเก็บเข้ากองทุนผู้สูงอายุเพิ่มอีก 2% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า

สำหรับการรับมือของบริษัท มีหลายแผนที่กำลังศึกษาเพื่อรองรับในทุกด้าน ทั้งการตลาด การขาย การเงิน ฯลฯ

เพดานใบอนุญาตสูงปรี๊ด

นายธนากรระบุต่อไปอีกว่า พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ยังได้ปรับให้ใบอนุญาตขายสุรา จากเดิม 7 ประเภท เหลือเพียง 2 ประเภท คือ ขายปลีก (ขายครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่า 10 ลิตร) และขายส่ง (ขายครั้งหนึ่งจำนวนตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไป) โดยกำหนดเพดานใหม่ คือ 50,000 บาท ต่อปี และ 100,000 บาทต่อปี เพิ่มขึ้นจากเพดานเดิม 10-25 เท่า

นอกจากนี้ใบอนุญาตผลิตและนำเข้า ก็มีการปรับเพดานใหม่ด้วยเช่นกัน จากเดิมใบอนุญาตผลิตมีเพดานภาษีที่ 5,000 บาทต่อปี เป็น 300,000 บาทต่อปี ในอนุญาตนำเข้า จากเพดาน 1,000 บาทต่อปี เป็น 25,000 บาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ประกาศดังกล่าวยังเป็นเพียงแค่เพดานภาษี ต้องรอดูว่าอัตราที่จะจัดเก็บจริงจะเป็นเท่าไหร่อีกครั้ง ซึ่งหากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า และนำไปสู่การพิจารณาปรับราคาสินค้าขึ้นในที่สุด

เหล้านำเข้าช้ำหนัก

นายธนากรชี้ว่า ในปีงบประมาณ 2559 (1 ต.ค. 58-30 ก.ย. 59) ตลาดแอลกอฮอล์นำเข้ามีปริมาณรวม 3,088 ล้านลิตร แบ่งเป็นนำเข้า 1.5% และผลิตในประเทศ 98.5% ซึ่งอัตราการเติบโตของกลุ่มนำเข้า หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการประกาศขึ้นภาษีเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา เฉลี่ยกว่า 30%

หากอัตราใหม่ที่ประกาศมีผลต่อโครงสร้างราคาที่สูงขึ้น อาจทำให้ผู้บริโภคเทรดดาวน์ หันไปบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก หรือสินค้าหนีภาษีกันมากขึ้น ส่วนภาพรวมในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ทั้งบริษัทและตลาดแอลกอฮอล์นำเข้า มีการเติบโตที่ลดลงทั้งด้านมูลค่าและปริมาณ