“NEC” ห้องเรียนออนไลน์ เส้นทางผู้ประกอบการรุ่นใหม่-
ผู้ประกอบการเป็นอาชีพในอันดับต้น ๆ ที่คนยุคนี้ใฝ่ฝัน บางคนทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่มีหลายคนที่ต้องล้มเลิกกลางคัน เพราะก้าวพลาด ขาดความรู้ความเข้าใจ ทั้งยังไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ระบบการผลิต และสิ่งแวดล้อมของโลก
สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกมองข้ามไป หรืออะไรเป็นปัจจัยที่จะต้องมีคือการเรียนรู้ แต่ต้องนำไปใช้ได้จริง และรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยเหตุนี้สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำโครงการ www.NEClearning.com แพลตฟอร์มการเรียนรู้เริ่มต้นธุรกิจด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ภายใต้แนวคิด “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา พัฒนาผู้ประกอบการไทย”
“วิจักขณ์ รัตนสุวรรณ์” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า บทบาทหนึ่งของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคือการพัฒนาสื่อความรู้ให้ทันสมัย และลดช่องว่างการเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ให้กับผู้สนใจเป็นผู้ประกอบการที่เป็นนิสิต นักศึกษา และผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มเติมความรู้ หรือมนุษย์เงินเดือนที่มีความหลงใหลอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือกำลังหาคำตอบในบางสิ่งบางอย่างอยู่
“เราก่อตั้ง NEC (New Entrepreneurs Creation) ในปี 2545 เมื่อก่อนทำการเรียนการสอนในรูปแบบออฟไลน์ ที่ให้ผู้เรียนมาเจอครูผู้สอนและมีปฏิสัมพันธ์ในแบบสองทาง แต่กลุ่มเป้าหมายที่มาเรียนเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทางด้านเวลา และตามสภาพสังคม เราจึงเริ่มหาโซลูชั่น คำตอบที่ได้คือการสร้างช่องทางการเรียนระบบอีเลิร์นนิ่ง ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเป็นการช่วยลดช่องว่างในการเรียนรู้ของคนที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย”
“เพียงแต่การเรียนด้วยระบบออนไลน์ ผู้เรียนต้องมีสมาธิจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งยากที่ผู้เรียนจะมีแรงจูงใจทำด้วยตัวเอง แล้วยิ่งถ้าบทเรียนยากและซับซ้อน จะยิ่งเป็นอุปสรรคมากขึ้น เราจึงออกแบบบทเรียนให้ไม่ยากเกินไป ตรงประเด็น และสามารถย่อยเป็นองค์ความรู้ได้ง่าย”
ทั้งนี้ เพื่อให้อีเลิร์นนิ่งมีประสิทธิภาพเหมือนกับการเรียนในห้องเรียน จึงทำการวัดผล 2 ช่วง คือก่อนเริ่มเรียน และหลังจบบทเรียนแต่ละบท เพื่อวัดความรู้ของผู้เรียนว่าก่อนเรียนมีความรู้
ในวิชานั้น ๆ มากน้อยแค่ไหน และหลังจากเข้าเรียนแล้วมีความรู้เพิ่มมากขึ้นขนาดไหน จากนั้นเมื่อเรียนรู้ครบทุกหมวด พวกเขาจะต้องเขียนแผนธุรกิจ เอาความคิดในหัวถ่ายทอดออกมาสู่แผ่นกระดาษ เพราะเล็งเห็นว่าขั้นตอนนี้จะช่วยให้พวกเขานำไปใช้พิตชิ่งต่อแหล่งทุนที่จะทำให้ธุรกิจของพวกเขาเป็นจริงได้
ถึงแม้การดำเนินโครงการ www.NEClearning.com จะเป็นปีแรก และเปิดโครงการไปเมื่อ 1 พ.ค. 2560 แต่ประสบความสำเร็จเกินเป้าที่คาดไว้ เพราะภายในระยะเวลาอันสั้น มีผู้ลงทะเบียนเรียนกว่า 10,900 คน มีผู้เรียนจบที่หมวดวิชาแล้ว 1,100 คน และมีผู้เข้ารับประกาศนียบัตร 50 คน
“รศ.ดร.ใจทิพย์ ณ สงขลา” หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า ตอนนี้ภาครัฐมีโจทย์มากมายในการพัฒนาประเทศ และสิ่งที่ตอบโจทย์ของรัฐบาลได้ดีคือเรื่องการศึกษา และต้องเป็นการศึกษาที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
“คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานมานานในด้านวิจัยนวัตกรรมการศึกษาแบบอีเลิร์นนิ่งยุคใหม่ จนเมื่อโลกมีกระแสการเรียนรู้ออนไลน์แบบเปิด MOOCs (Massive Open Online Course) เกิดขึ้น กลับพบว่าหลายองค์กรที่ทำระบบนี้ออกมาประสบปัญหาไม่ค่อยมีคนเข้าไปเรียน เพราะเนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการ จึงไม่ต่างกับการเรียนในมหาวิทยาลัยที่เรียนในทุกด้านเกินความจำเป็น ไม่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพโดยตรง”
“ดังนั้นเป้าหมายของเราคือการทำให้แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ของ NEC ซึ่งเปิดให้เรียนฟรีเหมือนกับ MOOCs มีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง และหาไม่ได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัย เพราะการปรับปรุงบทเรียนในมหาวิทยาลัยค่อนข้างยาก มีขั้นตอนการอนุมัติที่ต้องใช้เวลา ทำให้หลายบทเรียนเมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร ตอนนี้เนื้อหาก็ยังเป็นอย่างนั้น แต่ www.NEClearning.com จะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีบทเรียนย่อยตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันตลอดเวลา ซึ่งทางจุฬาฯใช้แพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่งเป็นบทเรียนเสริมให้กับนักศึกษาของเราด้วย”
เนื้อหาการเรียนในปีแรกของ NEC ออนไลน์ประกอบไปด้วย 6 หมวด ได้แก่ หมวดรายวิชาที่ 1 การสร้างแนวคิดทางธุรกิจ (Business Idea) สู่ยุคดิจิทัล หมวดรายวิชาที่ 2 การประเมินและการวางแผนด้านการตลาดออนไลน์ (Digi-tal Marketing) หมวดรายวิชาที่ 3การออกแบบและพัฒนาร้านค้าออนไลน์ หมวดรายวิชาที่ 4 การประมาณเงินลงทุนธุรกิจและวางแผนบริหารทางการเงิน หมวดรายวิชาที่ 5 การจัดแผนธุรกิจและการทำแบบจำลองธุรกิจ (Business Plan & Model Canvas) และเทคนิคการนำเสนอแบบจำลองธุรกิจ และหมวดรายวิชาที่ 6 กฎหมายและจริยธรรมของความเป็นผู้ประกอบการในยุคดิจิทัล
“โดยรูปแบบการเรียนการสอนมีทั้งแบบเนื้อหา วิดีโอ และไลฟ์สด ซึ่งในปีหน้าเราวางแผนว่าจะพัฒนาไปสู่ในรูป Streaming ที่จะทำให้สามารถแสดงผลข้อมูลได้ก่อนที่ไฟล์ทั้งหมดจะถูกส่งผ่านเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เรียน ถือว่าเป็นหน้าที่ของจุฬาฯที่จะค้นหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ถึงแม้การเรียนอีเลิร์นนิ่งจะเรียนลำพัง แต่ผู้เรียนของเราสามารถมีสังคมของเขา ด้วยการติดต่อกันผ่านโซเชียลมีเดีย จนทำให้เขาต่อยอดธุรกิจไปได้อีก”
นับเป็นกระบวนทรรศน์การเรียนที่ตอบโจทย์สภาพสังคมในปัจจุบัน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของผู้เรียน ให้สามารถเป็นผู้ประกอบการที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อมาสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย