“ธนะศักดิ์” รื้อภาษีท่องเที่ยว เสนอลด 2 หมื่นทั่วประเทศ-

“ธนะศักดิ์” สั่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ หารือมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวอีกรอบ เสนอตัวเลขที่ 2 หมื่นทั่วประเทศ เผยเกณฑ์เดิมแบบขั้นบันได 1.5-5 หมื่นบาทเป็นไปได้ยาก

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปหารือกับกระทรวงการคลังในประเด็นเกี่ยวกับการนำค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง หลังจากที่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้หารือและรวบรวมจากภาคเอกชน

ทั้งนี้ มองว่าการจะนำค่าใช้จ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีแบบขั้นบันได 15,000-50,000 บาทที่เสนอไปก่อนหน้านี้นั้นเป็นไปได้ยาก

สำหรับข้อเสนอใหม่ในครั้งนี้ตนได้ขอให้ทำแบบที่กระทรวงการคลังเคยทำเหมือนช่วงปีที่แล้วที่ให้นำค่าใช้จ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยว ใน 4 หมวดหลัก ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าซื้อของที่ระลึกร้านค้าชุมชน และค่าบริการบริษัทนำเที่ยว มาลดหย่อนภาษีได้ แต่เพิ่มวงเงินจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท เท่ากันในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โดยเสนอให้มีระยะเวลาการลดหย่อนภาษีได้เป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560-มกราคม 2562 ซึ่งรัฐบาลเตรียมประกาศให้เป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย” (อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม เยียร์) หรืออาจจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2561 ตามที่กระทรวงการคลังจะเห็นสมควร หรือหากไม่ได้จริง ๆ ก็ขอให้นำมาดำเนินการในช่วงที่เหลือของปีนี้

“เมื่อคลังเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของ ททท.ไปจัดทำเส้นทางและแพ็กเกจท่องเที่ยว พร้อมจัดทำแคมเปญส่งเสริมตลาดเพื่อจูงใจให้คนเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองรอง ตามเงื่อนไขที่กำหนด เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนได้”


พลเอกธนะศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า คาดว่าการนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีจะเป็นอีกมาตรการสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศได้ หนุนให้ภาพรวมรายได้ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยดีขึ้น ซึ่งจากการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการที่รัฐบาลเตรียมประกาศในเดือนพฤศจิกายนนี้ ให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย คาดว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาพรวมรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น หลังเปิดตัวปีแห่งการท่องเที่ยวไทย ซึ่งยืนยันว่าจะต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน