“สนั่น” D4 มั่นใจส่งออกปีนี้ทะลุ 6% ดึง “ญนญ์” กลุ่มเซ็นทรัลเสริมทัพบริการ-

ขับเคลื่อนส่งออก - นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมการค้า ธุรกิจ บริการ และการลงทุนในต่างประเทศ (D4) ภายใต้คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ร่วมกับภาคเอกชนซึ่งนำโดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานร่วมของคณะท..างาน เพื่อขับเคลื่อนการส่งออกให้ไปสู่เป้าหมาย 6%

“สนั่น” ประธาน D4 เอกชนลั่นดันส่งออกปี’60 ทะลุ 6.5% ชี้ปัจจัยบวกบาทเริ่มดี-ราคาน้ำมันดิบทรงตัว-ศก.คู่ค้าฟื้น ไม่เกิดสงครามในคาบสมุทรเกาหลี เผยสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมยังโต “ผลิตภัณฑ์ยาง” ดาวรุ่งส่งออกพุ่งทะลุ 50% ส่วนสินค้าน่าห่วงแป้งมันสำปะหลัง-อัญมณีติดบ่วงทองคำอาจติดลบ 20%

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธาน (ฝ่ายเอกชน) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมการค้า ธุรกิจบริการและการลงทุนในต่างประเทศ (D4) ภายใต้คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ฝ่ายภาคเอกชน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประชุมคณะกรรมการ D4 ร่วมกับนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะ D4 ฝ่ายภาครัฐ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกในช่วงหลังจากนี้น่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยภาคเอกชนประเมินว่าการส่งออกทั้งปี 2560 จะขยายตัวได้ประมาณ 6-6.5% สูงกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ที่ 6%

“ตัวเลข 6-6.5% คำนวณจากเศรษฐกิจคู่ค้าดีขึ้น และอยู่บนพื้นฐานว่าจะต้องไม่มีปัญหาสงครามหรือเกิดความรุนแรงอันเนื่องจากปัญหาเกาหลีเหนือขณะนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออก เช่น ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล บวกลบ ซึ่งถือว่ามีเสถียรภาพและไม่น่าจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนขณะนี้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับว่าจะดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”

โดยตัวเลขดังกล่าว เป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยางและยางพารา คาดว่าจะขยายตัวได้ 50% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมอื่นคาดว่าจะขยายตัวเป็นบวก คือ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เม็ดพลาสติก อาหารสำเร็จรูป วัสดุก่อสร้าง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์แม้ว่าจะติดลบ แต่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เป็นบวก จึงน่าจะทำให้ภาพรวมของกลุ่มขยายตัวได้เป็น 2% ในหมวดอุตสาหกรรมจะมีเพียงอัญมณีและเครื่องประดับที่คาดว่าจะติดลบ 20% โดยเฉพาะจากอัญมณีและเครื่องประดับที่ทำจากทอง ขณะที่สินค้าหมวดเกษตรและเกษตรแปรรูปส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัว เช่น ข้าว น่าจะบวกได้ 10 ล้านตัน น้ำตาล บวกได้ 10% และยางพารา แต่อาจจะมีสินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ติดลบเนื่องจากตลาดจีนไม่ซื้อ

ในส่วนของตลาดส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้ดีทั้งกลุ่มตลาดหลัก สหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น รวมถึงตลาดรองต่าง ๆ แต่จะมีบางตลาดที่ต้องผลักดันการทำตลาดให้มากขึ้น เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา อินเดีย อิหร่าน และจีน

นายสนั่นกล่าวถึงแนวทางการผลักดันการส่งออกช่วงโค้งสุดท้ายว่า ในส่วนภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการค้าชายแดน โดยส่งเสริมให้ทำเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็น “บอร์นแวร์เฮาส์” โดยเป็นโซนที่สามารถนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มาผลิตและส่งออก โดยให้ได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งเอกชนเสนอ 3 จุด คือ บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.สะเดา, จ.สระแก้ว และ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเบื้องต้นน่าจะสามารถดำเนินการนำร่องได้ทันทีใน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานพัฒนาการค้าเมืองชายแดนแม่สอด เพื่อเร่งรัดการดำเนินการในแผนงานเร่งด่วน ซึ่งมีตนเป็นประธาน

“กระทรวงพาณิชย์จะช่วยประสานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงการต่างประเทศ โดยจะเริ่มนำร่องที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดก่อน เพราะฝั่งตรงข้ามคือเมียนมาในส่วนของเมืองมัณฑะเลย์คึกคักมาก ขณะที่ไทยไม่ได้สนับสนุนอะไรเลย ทำให้ช่วงกลางคืนเงียบเหงามากไม่มีการค้าอะไร”

ล่าสุดจะมีการจัดทำเวิร์กช็อปเกี่ยวกับกลยุทธ์เชิงปฏิบัติการในกลุ่มประเทศ CLMV-T ขึ้นในวันที่ 9 กันยายน 2560 เพื่อขยายการค้า และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน พร้อมกันนี้ ควรมีการเดินหน้าแผนผลักดันการส่งออกตามโครงการที่ทางที่ปรึกษาประจำภูมิภาค (regional adviser) ทั้ง 7 ภูมิภาคได้เสนอไว้ ซึ่งขณะนี้หลายโครงการได้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว อาทิ ภูมิภาคจีน ร่วมกับ CP และ Loxley ดำเนินโครงการ “ไท่ เล่อ โก้ว” ผลักดันสินค้าอุปโภคบริโภคใน 6 หัวเมืองเศรษฐกิจใหญ่ของจีน, ภูมิภาคยุโรป ร่วมกับเซ็นทรัล ซึ่งได้มุ่งขยายช่องทางกระจายสินค้าไทยที่มีมูลค่าเพิ่มและนวัตกรรม ผ่านเครือข่ายกลุ่มเซ็นทรัลในประเทศอังกฤษ เยอรมนี และอิตาลี, ภูมิภาคเอเชียใต้ ร่วมกับ SCG จัดเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับโอกาสและแนวโน้มทางธุรกิจในอินเดีย, ภูมิภาคแอฟริกา ร่วมกับ Toyota Tsusho เป็นต้น


นอกจากนี้ คณะทำงาน D4 ยังได้เห็นชอบการจัดตั้งคณะทำงานด้านธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ 3 คณะย่อย ได้แก่ คณะทำงานธุรกิจบริการโลจิสติกส์ (trade logistics) ธุรกิจบริการสุขภาพ (WMS) และธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ (digital content) โดยมีนายญนญ์ โภคทรัพย์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล (President of Central Group) เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ค้าบริการ โดยจัดทำแผนงานในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่จำเป็นต่อการเติบโตของธุรกิจบริการแต่ละประเภท