เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

หุ้นกู้แปลงสภาพ จะกลับมาหรือไม่-

10 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ สถานีลงทุน

โดย ศิรินารถ อมรธรรม สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ลักษณะที่สำคัญของการลงทุนในหุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ คือ ความผันผวนต่ำ นักลงทุนได้รับดอกเบี้ยในจำนวนที่แน่นอน ตรงตามกำหนดเวลา (ถ้าไม่ default ไปเสียก่อน)

ลักษณะเด่นของการลงทุนในหุ้น คือ นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงตลาดขาขึ้น

คงมีนักลงทุนเรียกร้องเครื่องมือการลงทุนสักอย่างที่รวมข้อดีทั้งสองนี้ไว้ด้วยกัน จึงได้มีหุ้นกู้แปลงสภาพ (convertible bond) เกิดขึ้น แล้วอะไรคือตราสารหนี้แปลงสภาพนักลงทุนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกันนัก

หุ้นกู้แปลงสภาพ เป็นตราสารหนี้ที่นักลงทุนสามารถเปลี่ยนจากหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญของบริษัทผู้ออกได้ตามราคาที่กำหนด โดยบริษัทผู้ออกจะออกหุ้นสามัญในจำนวนที่มีมูลค่าเท่ากับตราสารหนี้ที่ถืออยู่เพื่อทดแทนตราสารหนี้เดิม สถานะของนักลงทุนจึงเปลี่ยนจากเจ้าหนี้เป็นเจ้าของ และด้วยสถานะการเป็นเจ้าของ จึงทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย (capital gain) หากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น แต่หากราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาที่กำหนดไว้ในการแปลงสภาพ นักลงทุนก็สามารถเลือกที่จะถือตราสารหนี้ต่อไปเพื่อไถ่ถอนที่ราคาพาร์ ณ วันหมดอายุ ซึ่งในระหว่างทางก็ยังคงได้รับดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้

ฟังดูแล้ว นักลงทุนมีแต่ได้กับได้ หากนักลงทุนเห็นว่าราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น ถ้าใช้สิทธิแปลงสภาพแล้วจะได้กำไร ก็จะใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นแล้วมาขายในตลาดที่ราคาสูงกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็จะถือเป็นหุ้นกู้เพื่อรับดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ต่อไป ส่วนผู้ออกไม่มีสิทธิเลือก ถ้านักลงทุนต้องการใช้สิทธิแปลงสภาพบริษัทก็ต้องออกหุ้นสามัญให้ใหม่ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด หรือไม่แล้วบริษัทก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ต่อไป หากนักลงทุนเลือกที่จะไม่แปลงสภาพ แล้วทำไมที่ผ่านมาจึงมีบริษัทออกตราสารหนี้ชนิดนี้กันมาก นั่นก็เพราะว่า บริษัทผู้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมักจะกำหนดอัตราคูปองไว้ค่อนข้างต่ำถ้าเทียบกับหุ้นกู้ที่มี rating เดียวกัน อายุพอ ๆ กัน เช่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ออกหุ้นกู้ปกติอายุ 7 ปี ที่คูปองเท่ากับ 3.44% ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน ได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพอายุ 7 ปีเท่ากัน แต่กำหนดคูปองที่ 0.7% ซึ่งต่ำกว่าหุ้นกู้ปกติที่ออกมาก ทำให้บริษัทมีต้นทุนการกู้เงินที่ต่ำลง แต่ทั้งนี้บริษัทผู้ออกมักจะกำหนดราคาใช้สิทธิแปลงสภาพไว้ค่อนข้างสูงกว่าราคาหุ้นในตอนที่ออกหุ้นกู้แปลงสภาพราว 25-45% เผื่อว่าในอนาคตราคาหุ้นของบริษัทวิ่งขึ้นไปสูงแล้วมีการใช้สิทธิแปลงสภาพ บริษัทผู้ออกจะได้ไม่เสียโอกาสในการออกหุ้นเพิ่มทุนในราคาที่ต่ำจนเกินไป นอกจากนั้นบริษัทผู้ออกก็ไม่ต้องมีภาระในการหาเงินเพื่อมาไถ่ถอนหุ้นกู้คืน แต่จ่ายคืนในรูปของหุ้นสามัญแทน บริษัทผู้ออกยังสามารถชะลอ dilution effect เมื่อเทียบกับการออกหุ้นเพิ่มทุนในทันที ส่วนนักลงทุนก็มีโอกาสได้รับ capital gain ที่สูง ทำให้ผลตอบแทนโดยรวมสูงกว่าหุ้นกู้ปกติ นักลงทุนจึงยอมรับอัตราคูปองที่ค่อนข้างต่ำของหุ้นกู้แปลงสภาพ

หุ้นกู้แปลงสภาพไม่ใช่หุ้นกู้ประเภทใหม่ที่เพิ่งมีการออก จริง ๆ แล้วที่ผ่านมาในอดีตมีการออกหุ้นกู้แปลงสภาพกันมาก ในช่วงก่อนวิกฤตปี 2540 ที่ตลาดหุ้นคึกคัก มีบริษัทไทยที่ออกตราสารหนี้แปลงสภาพหลายบริษัท เช่น บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บมจ.บ้านปู บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เป็นต้น แต่ภายหลังจากวิกฤตปี 2540 ตราสารหนี้แปลงสภาพก็ได้ลดความนิยมลงมาก จนกระทั่งปี 2560 ที่ตลาดหุ้นคงความร้อนแรงต่อเนื่องมาหลายปีติดต่อกัน ก็เริ่มมีหลายบริษัทหันมาออกหุ้นกู้แปลงสภาพกันแล้ว ได้แก่ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ออกตราสารหนี้แปลงสภาพมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาทขายในประเทศสิงคโปร์ และบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ออกตราสารหนี้แปลงสภาพมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท ปัจจุบันราคาหุ้นของ SPI อยู่ที่ 68 บาท ณ วันที่ 16 ต.ค. 60 ซึ่งสูงกว่าราคาใช้สิทธิแปลงสภาพที่ 45 บาทไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน มีขนาดตลาดราว 2-3% ของตลาดตราสารหนี้ ภาคเอกชนระยะยาว โดยบริษัทที่ออกส่วนใหญ่กว่า 80% จะมีลักษณะเป็น growth stock ที่มี rating ต่ำกว่า investment grade ให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้นสามัญ แต่มีความเสี่ยง (ความผันผวน) ที่ต่ำกว่า

ดังนั้นในยามที่ทิศทางดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น เช่นเดียวกันกับภาวะตลาดหุ้นที่หลายคนมองว่ายังไปต่อได้ การออกหุ้นกู้แปลงสภาพอาจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะจะช่วยให้ผู้ออกมีต้นทุนการกู้ยืมเงินลดลง และนักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ หุ้นกู้แปลงสภาพจึงดูเหมือนเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าจับตามองต่อไป