เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนหุ้นอินโดนีเซีย 20-26 ก.ย.นี้

20 ก.ย. 2565 | 11:11น.
SCBAM

บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนหุ้นอินโดนีเซีย ดาวรุ่งแห่งอาเซียนที่เศรษฐกิจยังโตได้อีก โดย IMF คาดการณ์การเติบโต GDP ของประเทศอินโดนีเซียไว้ที่ 5.3-5.8% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เสนอขายครั้งแรก 20-26 ก.ย.นี้

วันที่ 20 กันยายน 2565 นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นกลุ่มอาเซียนมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) สูงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศในอาเซียนด้วยกัน

โดย IMF คาดการณ์การเติบโต GDP ของประเทศอินโดนีเซียไว้ที่ 5.3%-5.8% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า อีกทั้งมูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม และการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นของประเทศอื่นค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นสหรัฐ จึงเหมาะเป็นทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนได้

นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส
นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส

SCBAM จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินโดนีเซีย (SCBINDO) เริ่มเสนอขายครั้งแรกวันที่ 20-26 กันยายน 2565 นี้ โดยในช่วงแรกจะเสนอขายเฉพาะชนิดสะสมมูลค่า SCBINDO(A) ผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท

กองทุน SCBINDO เป็นกองทุน Feeder fund เน้นลงทุนในกองทุนหลัก VanEck Indonesia Index ETF ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ บริหารจัดการโดย VanEck Associates Corporation ซึ่งเป็นกองทุนดัชนีมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี MVIS Indonesia เน้นลงทุนในธุรกิจทั้งในอินโดนีเซียและนอกอินโดนีเซีย ที่มีรายได้/สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 50% ในประเทศอินโดนีเซีย ครอบคลุมหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ หรือคิดเป็นจำนวน 85-90% ของจำนวนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้ (free-floated market Cap) ของตลาด และมีสภาพคล่องสูง

ทั้งยังกระจายลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นรายตัว จากการให้น้ำหนักหุ้นรายตัวสูงสุดที่ไม่เกิน 8% และการคัดเลือกหุ้นด้วยระบบวิเคราะห์เชิงปริมาณยังสามารถช่วยลดอคติของมนุษย์ (human bias) โดยมีตัวอย่างหุ้นในพอร์ต เช่น BBCA IJ ธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ, BBRI IJ ธนาคารของภาครัฐที่เชี่ยวชาญด้านไมโครไฟแนนซ์ หรือ GOTO IJ ที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งจากการควบรวมของสตาร์ตอัพยักษ์ใหญ่ Gojek และ Tokopedia เป็นต้น

โดยทั้งนี้ กองทุน SCBINDO มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

อินโดนีเซีย ถือเป็นตลาดที่เศรษฐกิจยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยภาครัฐตั้งเป้าที่จะเพิ่มขนาดเศรษฐกิจให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และเพื่อต้องการให้ประเทศออกจากอันดับรายได้ปานกลางภายในปี 2036 และเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2045 โดยจะผลักดันการเติบโตผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงไหลเข้ามาทำธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย และมีจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ASEAN-4 และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดข้อมูลในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ตัวเลข FDI เติบโตสูงถึงกว่า 40% YOY โดยส่วนใหญ่เข้ามาในภาคการผลิต และขนส่ง หลังจากรัฐบาลลดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ โครงสร้างประชากรยังเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ จากจำนวนประชากรที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นวัยแรงงานค่อนข้างมาก มีค่าแรงขั้นต่ำในระดับที่ไม่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยเอื้อต่อการผลักดันในการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในภาคอุตสาหกรรม และการบริโภคในประเทศเป็นอย่างมาก

โดยสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสินค้าส่งออกหลักที่มีมูลค่าเติบโตสูง ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ยังอยู่ในระดับสูง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น หุ้นในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีสัดส่วนน้ำหนักเป็นอันดับต้น ๆ ของดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซียจึงได้รับประโยชน์จากสภาวะการลงทุนในขณะนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SCBAM บลจ.ไทยพาณิชย์