ดอลลาร์แข็งค่า หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดในรอบ 4 เดือน

US dollar
(file photo) REUTERS/Mohamed Azakir

ดอลลาร์แข็งค่า หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่ปัจจัยในประเทศ กนง.มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 0.75% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ชี้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 28 กันยายน 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/9) ที่ระดับ 38.00/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่ออังคาร (27/9) ที่ระดับ 37.08/38.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 108 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 104.6 จากระดับ 103.6 ในเดือน ส.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และราคาพลังงานที่ปรับตัวลง

นอกจากนี้ นายนีล แคชคารี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนีแอโพลิสเปิดเผยในวันอังคาร (27 ก.ย.) ว่าเจ้าหน้าที่เฟดมีความคิดเห็นสอดคล้องกันที่จะทำทุกวิถีทางที่จำเป็น เพื่อฉุดเงินเฟ้อลง และเชื่อว่าตลาดการเงินเข้าใจในเรื่องนี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2565 วันที่ 28 ก.ย. มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 0.75% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที

นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง.ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามแรงส่งของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับสูงจากการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้แรงกดดันด้านอุปทานจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มคลี่คลายในภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อใกล้เคียงกับที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า

คณะกรรมการเห็นว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 38.01-38.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 38.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/9) ที่ระดับ 0.9575/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (27/9) ที่ระดับ 0.9622/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สกุลเงินยูโรอ่อน หลังจากนักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจในยูโรโซนที่กำลังพบปัญหาเงินเฟ้อที่สูงในเศรษฐกิจที่กำลังพบกับปัญหาพลังงานด้วยนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่การปรับดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อนั้นจะทำให้เศรษฐกิจในโซนยูโรหดตัว รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นด้วย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 0.9538-0.9601 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 0.9539/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/9) ที่ระดับ 144.78/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (27/9) ที่ระดับ 144.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือน ก.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า กรรมการ BOJ มีความเห็นตรงกันว่า BOJ จะต้องดำเนินการตรวจสอบว่า การร่วงลงอย่างหนักของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมานั้น จะส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้ออย่างไร

กรรมการรายหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า แรงกดดันช่วงขาลงของเงินเยนอาจจะบรรเทาลง เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มที่จะถ่วงเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวทั่วโลก สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า BOJ ได้คาดการณ์ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารสดนั้น อาจจะปรับตัวขึ้นในปีนี้ แต่อัตราการปรับขึ้นจะชะลอตัวลงตามทิศทางราคาพลังงงาน

Advertisement

ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมาคณะกรรมการ BOJ มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultraeasy Monetary Policy) พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานพุ่งขึ้นและเงินเยนอ่อนค่าลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.46-144.87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.77/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีของสหรัฐ (29/09), ตัวเลขรายจ่ายครัวเรือนสหรัฐ (PCE 30/09), ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ของโซนยู (30/09)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7/6.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.95/-6.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ