อาคม ร่วมประชุม เวิลด์แบงก์-ไอเอ็มเอฟ 11 ต.ค.นี้ ถกแนวทางรับมือเศรษฐกิจโลก

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

รมว.คลัง เผย 11 ต.ค.นี้ บินเมการ่วมประชุมเวิลด์แบงก์-ไอเอ็มเอฟ ถกแนวทางรับมือเศรษฐกิจโลก ชี้กระทบไทยไม่มาก ประเทศมีรายได้หลักจากท่องเที่ยว-บริโภค-ส่งออก

วันที่ 10 ตุลาคม 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ต.ค.นี้ จะเดินทางไปประชุมร่วมกับธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยจะมีการหารือเรื่องบริหารเศรษฐกิจช่วงหลังโควิด เรื่องมาตรการช่วยเหลือราคาน้ำมันและอาหารเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจมีโอกาสชะลอตัว ตลอดจนเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะภูมิอากาศ และความมั่นคงทางอาหาร

สำหรับเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อไทยไม่มาก เพราะรายได้หลักมาจากภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก และภาคการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นสามปัจจัยหลัก ทำให้เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ฉะนั้น มั่นใจว่ายังคงประคับประคองเศรษฐกิจไทยไปได้

“ไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่เปิดการท่องเที่ยว หลังจากมีโควิด และมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้นโดยลำดับ และคนก็อั้นมานาน ไทยก็เป็นจุดหมายที่ต่างชาตินิยม ทำให้มีความมั่นใจว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จะมีความมั่นคง ทางนโยบายการเงินกับการคลังก็ประสานงานกันอยู่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับคลังก็ให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่วนจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีหรือไม่นั้นต้องรอดูก่อน”


ขณะที่เรื่องของการเกิดอุทกภัย รัฐบาลจะต้องออกมาตรการช่วยเหลือหรือไม่นั้น ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลาย และน้ำลดลงทั้งหมดก่อน จึงจะประเมินได้ว่าต้องเยียวยาอย่างไร ซึ่งน้ำท่วมครั้งนี้ก็ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรไปบ้างแล้ว