Skip to content

หุ้นขาลงป่วน “ทริกเกอร์ฟันด์” กว่า 40 กองผลตอบแทนไม่เข้าเป้า

16 ต.ค. 2565 | 16:51น.
หุ้นขาลงป่วน “ทริกเกอร์ฟันด์” กว่า 40 กองผลตอบแทนไม่เข้าเป้า

“ทริกเกอร์ฟันด์” (trigger fund) เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มีการกำหนดเงื่อนไขเป้าหมาย โดยมีกรอบระยะเวลา หากทำผลงานได้ตามเป้าหมาย ก็จะ “ทริกเกอร์” หรือยกเลิกกองไป แล้วคืนเงินให้ผู้ลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งก็มีทั้งทริกเกอร์ฟันด์ที่อ้างอิงกับตราสาร อย่างหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ และทริกเกอร์ฟันด์ที่อ้างอิงกับดัชนีรายกลุ่ม

สำหรับในปี 2565 นี้ “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทริกเกอร์ฟันด์ที่เปิดในปีนี้มี 17 กองทุน ในจำนวนนี้มีกองทุนที่ปิดตามเงื่อนไขแล้ว 1 กองทุน คือ TISCO Thai Equity Trigger 5M 6 ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ซึ่งเป็นการลงทุนในประเทศไทย เปิดขายในช่วงกลางไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ดังนั้น จึงเหลือกองทุนที่ยังไม่ปิดตามเงื่อนไข 16 กองทุน คงเหลือมูลค่าทริกเกอร์ฟันด์ที่เปิดเฉพาะปีนี้ราว 4,900 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 26 ก.ย. 2565)

อย่างไรก็ดี ยังมีกองทุนที่เปิดขายในช่วงปี 2563-2564 ที่ยังไม่ปิดกองทุนตามเงื่อนไขอีก 26 กองทุนด้วยกัน คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมทั้งหมดปัจจุบันก็จะมีทริกเกอร์ฟันด์ที่ยังไม่ปิดตามเงื่อนไข 42 กองทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 2 หมื่นล้านบาท

“ปีนี้การเปิดทริกเกอร์ฟันด์ที่ลงทุนในต่างประเทศค่อนข้างชะลอลง ต่างกับในปี 2564 ที่มีการเปิดกองทุนประเภทนี้กันค่อนข้างคึกคัก ซึ่งเป็นผลจากในปีนี้การลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นมีทิศทางเป็นขาลง ประกอบกับมีกองทุนที่ยังไม่เข้าเงื่อนไขปิดกองทุนจากปีที่แล้ว ในขณะที่หุ้นไทย แม้จะยังผันผวน แต่ก็มีการฟื้นตัวขึ้นมาได้ในบางช่วง จึงทำให้มีการจับจังหวะการลงทุนในช่วงตลาดปรับขึ้น-ลงได้” ชญานีกล่าว

ขณะที่ “ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์” นักกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า กองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ โดยปกติมักจะเปิดขายในช่วงที่คาดว่าตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนจะมีการปรับตัวขึ้น หรือเรียกว่าเป็นการจับจังหวะในการลงทุน ซึ่งกองทุนเองก็ค่อนข้างมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องคำนึง คือกองทุนมีโอกาสที่จะทำผลตอบแทนได้ไม่เป็นไปตามเป้า

โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นซบเซา อย่างในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าด้วยภาพตลาดที่มีความผันผวนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่ากองทุนทริกเกอร์ฟันด์หลายกองทุนไม่สามารถปิดได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

อย่างไรก็ดี ในปีนี้จะเห็นว่ายังมีกองทริกเกอร์ฟันด์ทยอยออกมาเสนอขาย แต่แนวโน้มชะลอตัวลง เป็นผลจากตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนมากในปีนี้ และมีความเสี่ยงหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น และยังคงเป็นปัจจัยที่น่ากังวล ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน นโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่สร้างความกดดันให้ตลาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกก็ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยตามไป

“ดร.จิติพล” กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปีนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าหากตลาดหุ้นไทยสามารถผ่านพ้นความกังวลในปีนี้ไปได้ ก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ในปีหน้า โดยปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยจะเป็นปัจจัยจากภายนอก ซึ่งถ้ามองภายในประเทศ สถานการณ์หลาย ๆ อย่างดีขึ้น แต่จะยังคงถูกกดดันจากปัจจัยต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนในต่างประเทศ มองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและธนาคารกลางต่าง ๆ น่าจะผ่านจุดสูงสุด (พีก) แล้ว ตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงท้ายของเรื่องราวความกังวลเหล่านี้แล้ว

“คาดว่าหลังจากนี้ไปจนถึงปีหน้าคงจะเริ่มเห็นความชัดเจนและความคลี่คลายในหลาย ๆ เรื่อง และเมื่อความกังวลต่าง ๆ เบาบางลง ตลาดหุ้นจะกลับมาฟื้นตัว ซึ่งก็น่าจะได้เห็นแนวโน้มตลาดที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างชัดเจนในปีหน้า” ดร.จิติพลกล่าว

การลงทุนทริกเกอร์ฟันด์ มีเงื่อนไขถือครองตามระยะเวลาที่กำหนด นักลงทุนจึงควรคำนึงถึงสภาพคล่องก่อนการลงทุนเป็นสำคัญ เพราะหากตลาดปรับตัวลงต่อเนื่อง อาจทำให้มีผลขาดทุนจำนวนมาก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุนรวม ทริกเกอร์ฟันด์