เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วัฒนธรรมเลอค่าอัญมณี X ผ้าไทยซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก
Biz Movement วัฒนธรรมเลอค่าอัญมณี X ผ้าไทยซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก
เปิดโครงสร้างค่าธรรมเนียม ‘Shopee-TikTok Shop’
Tech เปิดโครงสร้างค่าธรรมเนียม ‘Shopee-TikTok Shop’
EEC เตรียมซาวน์เสียงนักลงทุนสร้างเมืองใหม่อัจฉริยะ EECiti ดัน PPP 72,000 ล้าน
Economic EEC เตรียมซาวน์เสียงนักลงทุนสร้างเมืองใหม่อัจฉริยะ EECiti ดัน PPP 72,000 ล้าน
พิพัฒน์ งัดไม้แข็งคุมผู้รับเหมาทิ้งงาน-บังคับทำประกัน สกัดซ้ำรอยพระราม 2
Politics พิพัฒน์ งัดไม้แข็งคุมผู้รับเหมาทิ้งงาน-บังคับทำประกัน สกัดซ้ำรอยพระราม 2
นายกฯ ถก กรอ.นัดพิเศษ วางแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง
Politics นายกฯ ถก กรอ.นัดพิเศษ วางแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง
AP ฝ่าวิกฤตท้าทาย ครึ่งปีหลังทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน เปิดตัว 27 โครงการ กทม.-ต่างจังหวัด
Real Estate AP ฝ่าวิกฤตท้าทาย ครึ่งปีหลังทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน เปิดตัว 27 โครงการ กทม.-ต่างจังหวัด
นายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. เหตุตัองใช้เป็นกลไกรัฐประสานกองทัพ ดูแลความมั่นคง
Politics นายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. เหตุตัองใช้เป็นกลไกรัฐประสานกองทัพ ดูแลความมั่นคง
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
นายกฯ เปิด THAIDEF-EX 2026 หนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
Politics นายกฯ เปิด THAIDEF-EX 2026 หนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ปกรณ์จ่อส่งรายงานทุจริตท้องถิ่นชุดแรก 15 ก.ค. เตรียมหาทางปิดช่องโหว่
Politics ปกรณ์จ่อส่งรายงานทุจริตท้องถิ่นชุดแรก 15 ก.ค. เตรียมหาทางปิดช่องโหว่
ดูทั้งหมด

จากรางน้ำถึงสยามสแควร์ การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ ในสายตา ดร.นิเวศน์

19 พ.ย. 2565 | 18:40น.

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กูรูนักลงทุนวีไอ เผยมุมมองการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ “จากรางน้ำถึงสยามสแควร์” หลังโควิด-19 ที่นักลงทุนต้องติดตาม

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เปิดเผยว่า เป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนมาแล้วที่ผมเริ่มออกจากบ้านไปบรรยาย ทำงาน และพบปะเพื่อนฝูงและร่วมงานสังคมที่ค่อนข้างจะ “จำเป็น” หลังจากที่ต้องอยู่กับบ้านและออกนอกบ้านเฉพาะที่จำเป็นและ/หรือไปเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ที่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนอื่นมานานกว่า 2 ปี

สิ่งที่ผมรู้สึกก็คือ “ความมีชีวิตชีวา” ที่กลับคืนมาหลังจากที่หายไปกว่า 2 ปี ที่ไม่ได้สัมผัสกับตัวตนจริงของคนหรือเพื่อนฝูงที่มามีกิจกรรมร่วมกัน ไม่ใช่เจอกันแต่ในภาพหรือไม่ได้เห็นหน้าตากันเวลาผมพูดหรือเวลาเขาพูดและคนอื่นนั่งฟัง เหตุผลที่คนอยากเจอ “ตัวเป็น ๆ” มากกว่าภาพดิจิทัลหรือเจอกันใน “เมตาเวอร์ส” นั้น คงอยู่ใน “ยีน” ของคนหรือสัตว์ทุกชนิด และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ “โลกในเมตาเวอร์ส” ที่เฟซบุ๊ก พยายามทำนั้นดูเหมือนจะล้มเหลว “ไม่เป็นท่า” และราคาหุ้นตกลงมาถึง 70% ในเวลาแค่ปีเดียว

นับจากวันนี้ไปผมคิดว่าโลกและประเทศไทยจะ “เปิด” มากขึ้นเรื่อย ๆ และคงไม่กลับไปปิด ๆ เปิด ๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่โควิด-19 ระบาดรุนแรงและมีคนเจ็บหนักและล้มตายกันมากอีกต่อไปแล้ว โดยเหตุผลที่สำคัญไม่ใช่เพราะการระบาดของโควิดจบลง แต่เป็นเพราะโควิดคล้าย ๆ กับจะกลายเป็นไข้หวัดธรรมดาที่ไม่ทำให้คนติดเจ็บหนักหรือตายได้ง่าย ๆ และดังนั้นคนก็จะเลิกกลัวและกลับมาใช้ชีวิตปกติที่เคยทำตลอดมานับหมื่นปีจนถึงปัจจุบัน

นั่นก็คือ การติดต่อมีความสัมพันธ์แบบใกล้ชิดแบบ “ตัวเป็น ๆ” พูดง่าย ๆ ก็คือ โลกกำลังกลับมาเป็น “อย่างเดิม” หรือใกล้เคียงกับแบบเดิมมาก เพียงแต่ว่ามีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น คนอาจจะสั่งสินค้าหรืออาหารทางแพลตฟอร์มดิจิทัลมากกว่าช่วงก่อนโควิดเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่ว่าคนจะเลิกไปซื้อที่ห้างและเดินช้อปปิ้งในห้างหรู เป็นต้น

ผมเองเป็นคนที่ชอบสังเกตเหตุการณ์ สถานที่และผู้คนในแทบทุกที่ที่ผมไป ผมเชื่อในเรื่องของการวิเคราะห์หุ้นจากชีวิตจริงมากกว่าดูตัวเลขในห้องแอร์ ของจริงจะบอกถึงแนวโน้มต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่เป็นข้อมูลสำคัญของการลงทุน ผมมักจะไม่ได้ตั้งใจเดินทางไปดู แต่จะดูจากการไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยวและอื่น ๆ ที่บ่อยครั้งผมก็ไม่ได้เป็นคนที่อยากจะไปแต่จะไปตามคนอื่นโดยเฉพาะในครอบครัวเป็นหลัก

ส่วนใหญ่แล้วเวลาไป ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรโดยเฉพาะการซื้อของที่ระลึกหรือของใช้ ผมมักจะเดินดูไปเรื่อย ๆ เพื่อหาข้อมูลภาพใหญ่และการลงทุนแบบที่เรียกว่า “Investments by walking around” หรือ “wandering around” มากกว่า

สถานที่ 2 แห่งที่ผมเดินผ่านมากที่สุดน่าจะเป็น ถนนรางน้ำที่ผมอยู่มาเกือบ 40 ปี ตั้งแต่ยังเป็นซอยรางน้ำที่เป็นชายขอบของกรุงเทพด้านเหนือและเป็นแหล่งชุมชนชั้นกลางที่มีโรงแรมม่านรูดหลายแห่งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ยาวแค่ 4-500 เมตร และมีหมู่บ้านอาคารสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ทรุดโทรมตั้งอยู่ ถึงทุกวันนี้มีการพัฒนาสูงมาก

มีคอนโดหรูเกิดขึ้นหลายแห่ง ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นมากจนทำให้บ้านเดี่ยวหายไปเกือบหมดกลายเป็นอพาร์ตเม้นต์ราคาปานกลาง-สูงให้เช่ากับบุคลากรระดับสูง เช่น แพทย์หรือผู้บริหารระดับกลางที่เป็นมืออาชีพในองค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่ และมีโรงแรมและธุรกิจค้าขายสินค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ที่เน้นนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนในเอเชียหลายแห่ง ทั้งหมดนี้ทำให้ซอยรางน้ำมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นหลักที่สามารถใช้วัดดัชนีการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยได้ไม่น้อย

อีกแห่งหนึ่งที่ผมไปค่อนข้างบ่อยแทบทุกสัปดาห์ก็คือ ย่านสยามสแควร์ เหตุผลก็คือมันห่างจากซอยรางน้ำเพียงไม่กี่กิโลเมตร และเป็นแหล่งจับจ่ายอาหารและของใช้ที่บ้านผมไปประจำ และนี่คือแหล่งของคนหนุ่มสาวที่เป็นอีลิตหรือชนชั้นนำของประเทศ เช่นเดียวกับเป็นแหล่งช้อปปิ้งหรือศูนย์กลางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเมืองไทยมักจะมาแวะ รวมไปถึงคนไทยที่อยู่ต่างจังหวัดที่ต้องมาเที่ยวชม มันกลายเป็น “แลนด์มาร์ก” ที่สำคัญยิ่งกว่าสถานที่หรือพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์

ถนนรางน้ำ ช่วงก่อนโควิด-19 นั้น คึกคักมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มักจะเป็นคนจีนชั้นกลางจะอาศัยอยู่ตามโรงแรมและอพาร์ตเม้นท์ราคาไม่แพงที่มีหลายแห่ง พวกเขามักจะเดินหาซื้ออาหารกลับไปกินจากร้านสะดวกซื้อที่มีถึง 4-5 แห่ง ตลอดเวลาจนถึงเที่ยงคืนหรือดึกกว่านั้น

บางคนก็แวะร้านนวดที่เปิดขึ้นรับนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับร้านอาหารหรือรถเข็นที่เปิดข้างทางเท้าที่มีเรียงรายจากรถไฟฟ้าบีทีเอสไปจนถึงที่พัก นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่มักจะเดินขวักไขว่ในตอนกลางวันก็รวมไปถึงคนที่มาซื้อสินค้าปลอดภาษีที่อยู่ในซอย นอกจากนั้น คอมมูนิตี้มอลที่อยู่ต้นซอยก็ค่อนข้างคึกคักไปด้วยผู้คนรวมถึงคนไทยที่อยู่แถวนั้นที่ทำงานให้บริการนักท่องเที่ยวและคนไทยที่อาศัยอยู่รวมถึงผมด้วย

ช่วงที่เกิดโควิดใหม่ ๆ และต่อเนื่องมาอีก 2 ปีจนถึงเร็ว ๆ นี้นั้น ซอยรางน้ำเงียบเหงาลงอย่างหนัก นอกจากนักท่องเที่ยวที่หายไปแล้ว คนไทยที่ให้บริการและขายอาหารให้กับนักท่องเที่ยวก็หายไปด้วย รถเข็นข้างทางเท้าลดจำนวนลงมาก ร้านค้าและร้านอาหารในคอมมูนิตี้มอลที่มีผู้เช่าเต็มทยอยปิดตัวลงไปเรื่อย ๆ

ที่หนักที่สุดก็คือร้านสินค้าปลอดภาษีแทบจะร้าง ร้านนวดแทบจะไม่เหลือลูกค้า โรงแรมและโดยเฉพาะอพาร์ตเม้นท์ข้างบ้านผมที่เคยคึกคักนั้นต้องหันมารับลูกค้าคนไทยที่มาเช่าระยะยาว ตอนกลางคืนแค่ 3 ทุ่มซอยก็แทบจะร้าง ร้านสะดวกซื้อที่อยู่กลางซอยและรับชาวต่างชาติเป็นหลักต้องปิดตัวลงชั่วคราว

แต่ทุกอย่างกำลังเริ่มดีขึ้น เริ่มต้นโดยนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เป็นฝรั่ง ซึ่งดูแปลกตาไปจากที่เคยเป็นชาวจีนแทบจะ 90% หาบเร่แผงลอยเริ่มคึกคักขึ้น แม้ว่าคนซื้อส่วนใหญ่ที่สุดคือคนไทย ร้านนวดเริ่มตกแต่งร้านใหม่ ร้านอาหารแบรนด์ใหม่ ๆ เริ่มมาเปิดร้านในมอล ร้านสะดวกซื้อที่ปิดไปหลายเดือนกลับมาเปิดใหม่ นี่เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังฟื้นตัวและดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่ายังห่างจากช่วงก่อนโควิด เราคงต้องรอจีนเปิดประเทศอย่างจริงจัง ผมเองก็ไม่รู้ว่าซอยรางน้ำจะกลับมาเหมือนเดิมไหม บางทีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะมาก

สยามสแควร์ดูเหมือนว่าจะกลับมาเหมือนเดิมก่อนโควิดและความคึกคักน่าจะแซงไปแล้ว อานิสงส์ส่วนหนึ่งก็คือมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีถนนคนเดินและการสร้างอาคารใหม่ ๆ ที่เริ่มมาตั้งแต่ก่อนโควิดระบาด ถึงนาทีนี้ผมคิดว่าย่านนี้จะเป็นย่านช้อปปิ้งหมายเลข 1 ของกรุงเทพและประเทศไทยแบบถาวรไปแล้ว เพราะมันอยู่ในจุดศูนย์กลางของการเดินทางที่มีรถไฟฟ้าที่ผ่านจุดที่เจริญที่สุดของกรุงเทพ และมีร้านค้าจำนวนมากที่สุด

ในขณะที่ร้านค้าหรือมอลขนาดใหญ่ที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ในที่อื่นคงไม่สามารถต่อสู้ได้ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ กรุงเทพเองก็อาจจะไม่ค่อยขยายอีกต่อไปแล้วเนื่องจากการเกิดของคนไทยต่ำลงมากและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยก็ลดลงมากและอาจจะอิ่มตัวในที่สุด นี่ทำให้ผมรู้สึกว่าห้างเปิดใหม่ในกรุงเทพที่ทำหรูมากคงจะเหนื่อยหนัก ในขณะที่สยามสแควร์และห้างรอบ ๆ บริเวณนี้คงจะยังดีอยู่ต่อไปอีกนาน

สัญญาณจากสยามสแควร์และห้างดังที่สุดในย่านนี้คือ ในภาคเศรษฐกิจของคนมีเงินนั้น มีการฟื้นตัวไปก่อนแล้ว ที่จริงผมรู้สึกว่าห้างดังอย่างพารากอนนั้น คนเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแทบจะทุกสัปดาห์ที่ผมไปมาหลายเดือนแล้ว โดยที่การท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็ยังไม่ดีนักแต่คนไทยก็เดินกันมากขึ้น พวกเขาอาจจะไม่เดือดร้อนในด้านการเงินนักและพร้อมจะเข้าคิวซื้อสินค้าซุปเปอร์แบรนด์ในไทยแทนที่จะไปต่างประเทศ

ในสยามสแควร์เองนั้น การเปิด “ถนนคนเดิน” ดึงดูดให้คนหนุ่มสาวเข้ามาเดินและแสดงดนตรี “เปิดหมวก” เต็มถนน นักร้องและนักดนตรีเป็นนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนดังและมาจากครอบครัวของอีลิตไม่น้อย ความนิยมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว วงดังอย่าง “Yes Indeed” นั้นทำให้นักร้องชื่อดังรุ่นเก่าหลายคนต้องเข้ามา “ขอแจม” ด้วย และนี่ก็คือหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังโควิดที่นักลงทุนจะต้องติดตาม