ครม.ไฟเขียว เก็บภาษีขายหุ้นแล้ว ปีแรกเริ่มเก็บอัตรา 0.055%

ครม.เคาะเก็บภาษีขายหุ้น

ครม.ไฟเขียว เก็บภาษีขายหุ้นแล้ว ชี้ให้เวลาปรับตัว 90 วัน ปีแรกเริ่มเก็บอัตรา 0.055% ก่อน ยันสร้างความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีอื่น

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ฉบับที่… พ.ศ. …. หรือการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ซึ่งเป็นตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้ดำเนินการจัดเก็บภาษีขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เรียบร้อยแล้ว โดยการจัดเก็บภาษีจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 4 ถัดจากเดือนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักลงทุน มีระยะเวลาให้ปรับตัว

กระทรวงการคลังรายงานข้อเท็จจริงต่อ ครม.ว่า การยกเว้นภาษีการขายหลักทรัพยในตลาดหลักทรัพย์ ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ปัจจุบันตลาดฯได้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 22 เท่า จาก 30 ปีก่อน จึงเห็นควรให้ยกเลิกการยกเว้นภาษี

จึงเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราครึ่งหนึ่งของอัตราตามประมวลรัษฎากรในปีแรกของการจัดเก็บ (ร้อยละ 0.055 อัตราที่รวมกับภาษีท้องถิ่นแล้ว) และการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในอสัตราตามประมวลรัษฎากรในปีต่อ ๆ ไป ของการจัดเก็บ (ร้อยละ 0.11 เมื่อรวมกับภาษีท้องถิ่น)

เพื่อให้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีระยะเวลาเพียงพอแก่การปรับตัวรับผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ต่อการลงทุนก่อนจะเริ่มเสียภาษี ตลอดจนบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีระยะเวลาเพียงพอแก่การหักและนำส่งภาษี

“ภาษีนี้ จัดเก็บในอัตรา 0.05% (ร้อยละ 0.055 เมื่อรวมภาษีท้องถิ่น) เพราะเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยให้โบรกเกอร์เป็นผู้จัดเก็บให้ เพราะต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว ซึ่งการจัดเก็บจะมีทุกเดือนเช่นเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างไรก็ดี ในปีแรกหลังกฎหมายบังคับใช้ จะให้เก็บในอัตราเพียง 0.055% ก่อน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566” แหล่งข่าวกล่าว

จากนั้น จัดเก็บในอัตรา 0.1 (ร้อยละ 0.11 เมื่อรวมกับภาษีท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ภาษีการขายหุ้น หรือ Financial Transaction Tax เป็นการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า จะต้องเก็บภาษีในอัตรา 0.1% ของมูลค่าหุ้นที่ขาย อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวได้รับการยกเว้นมานาน เพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากกลับมาจัดเก็บ กระทรวงการคลังคาดว่าจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นล้านบาท

Advertisement

“การที่ต้องกลับมาเก็บภาษีนี้ หลังจากเว้นมานาน ก็เพราะว่า ต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษีอื่น ๆ ที่ถูกจัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน” แหล่งข่าวกล่าว

หลังจากคณะรัฐมตรีรับหลักการร่างกฎหมายแล้ว จะส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตรวจถ้อยคำ แล้วจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อบังคับใช้ต่อไป

มาตรการนี้ คาดว่าจะทำให้รายได้ภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มขึ้นในปีแรกของการจัดเก็บประมาณ 8,000 ล้านบาท และในปีต่อ ๆ ไป ของการจัดเก็บประมาณปีละ 16,000 ล้านบาท