ตลาดหลักทรัพย์ฯชี้ 11 เดือนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1.8. แสนล้าน

หุ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ SET INDEX เดือน พ.ย. 65 ปิดที่ 1,635.36 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 1.7% จากเดือนก่อนหน้า ในช่วง 11 เดือนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยรวม 184,060 ล้านบาท เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้นหนุนกำไร บจ.เติบโต ด้านความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรงชะลอตัวเป็นบวกต่อตลาด

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ในเดือนพฤศจิกายนตลาดมีความกังวลในเรื่องของการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ลดลง เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐที่เริ่มชะลอตัว รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเพิ่มมากขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดน่าจะเริ่มลดความรุนแรงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากนี้ลง

รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ที่เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 1.5-1.7 ล้านคน เทียบกับช่วงก่อนที่เคยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 3 ล้านคน ก็ถือว่ายังเข้ามาน้อยกว่าถ้าเทียบช่วงก่อนโควิด เนื่องจากยังไม่ได้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นตัวเลขจึงยังหายไปค่อนข้างมาก แต่ก็คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะสามารถเข้ามาเพิ่มได้อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านคนต่อเดือนได้

นอกจากนี้จากเศรษฐกิจของไทยที่ยังฟื้นตัวได้ดี จะเห็นได้จากบัญชีเดินสะพัดที่เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง

ทั้งนี้ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2565 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายมายังตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก จากเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวดีต่อเนื่องในไตรมาส 3/2565 ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า และการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 3 ไตรมาสแรกฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาด COVID-19 อีกทั้งนักวิเคราะห์ยังปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนใน SET ให้เติบโตดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ที่เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 1.5-1.7 ล้านคน เทียบกับช่วงก่อนที่เคยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 3 ล้านคน ก็ถือว่ายังเข้ามาน้อยกว่าถ้าเทียบช่วงก่อนโควิด เนื่องจากยังไม่ได้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นตัวเลขจึงยังหายไปค่อนข้างมาก แต่ก็คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะสามารถเข้ามาเพิ่มได้อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านคนต่อเดือนได้

โดย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปิดที่ 1,635.36 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 1.7% จากเดือนก่อนหน้า โดยปรับเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาค และเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 SET Index ปรับลดลงอยู่ที่ 1.3%

ทั้งนี้ SET Index ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2565 ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเปิดเมือง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ได้แก่ กลุ่มบริการ กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ขณะที่ในเดือนพฤศจิกายน 2565 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 64,422 ล้านบาท ลดลง 30.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยใน 11 เดือนแรกปี 2565 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 78,637 ล้านบาท

โดยผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 30,129 ล้านบาท ทำให้ใน 11 เดือนแรกปี 2565 ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 184,060 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET 4 หลักทรัพย์ และใน mai 3 หลักทรัพย์ โดยมูลค่าระดมทุนรวมในหุ้น IPO ของไทยปี 2565 ยังอยู่ในระดับต้นๆ ของเอเชีย

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 อยู่ที่ระดับ 15.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.4 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 15.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.4 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 อยู่ที่ระดับ 2.81% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.11%

“โมเมนตัมของตลาดน่าจะยังบวกได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยเฟดที่จะชะลอขึ้นดอกเบี้ยเร็ว และปัจจัยในไทยที่เศรษฐกิจฟื้นตัว ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาค่อนข้างไปในทิศทางที่ดี รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ ก็ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย” นายศรพลกล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องของปริมาณการซื้อขายต่อวันที่ลดน้อยลง เนื่องจากโดยภาพรวมทั้งปีนี้มีปัจจัยที่สร้างความผันผวนมากมาย ทำให้เศรษฐกิจแม้จะเติบโตแต่ก็ยังเติบโตไม่เต็มที่ ส่งผลให้ GDP ยังโตได้น้อย รวมถึง บจ.บางกลุ่มที่ยังไม่ฟื้นก็ส่งผลให้สภาพคล่อยหายไปบางส่วน