Skip to content

เงินบาทแข็งนำภูมิภาค ไตรมาส 1 ส่อแตะ 33 บาท

07 ม.ค. 2566 | 10:11น.
เงินบาทแข็งนำภูมิภาค ไตรมาส 1 ส่อแตะ 33 บาท

“กรุงไทย” คาดไตรมาสแรก “บาทแข็ง” แตะ 33 บาท/ดอลลาร์ นำโด่งค่าเงินอื่นในภูมิภาค ทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 1% รับปัจจัยบวกเต็ม ๆ จากจีนเปิดประเทศ แถมมีแรงเก็งกำไรค่าเงินผสมโรง

นายสงวน จุงสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย Investment and Markets Research สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงไตรมาสที่ 1/2566 มีโอกาสเคลื่อนไหวแข็งค่ามากกว่าอ่อนค่า

โดยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ หรือลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ จากปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะเห็นว่าในช่วงต้นปี 2566 เปิดตลาดเงินบาทแข็งค่าสูงสุดในภูมิภาค หรือแข็งค่าเฉลี่ยแล้ว 2% เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์ ซึ่งทิ้งห่างอันดับ 2 ที่มีการแข็งค่าเพียงกว่า 1% เท่านั้น โดยกรอบบนจะอยู่ที่ 34.00-34.50 บาทต่อดอลลาร์

“ปัจจัยหลักขับเคลื่อนให้เงินบาทแข็งค่าจะมาจากบรรยากาศ (Sentiment) ของการเปิดประเทศ ขณะที่สถานการณ์ของดอลลาร์ค่อนข้างนิ่ง สวนทางกับประเทศจีนที่มีความโดดเด่นจากนโยบายการเปิดประเทศ ซึ่งส่งผลบวกต่อประเทศไทยอย่างมาก แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาหรือยังไม่มาก็ตาม แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณการทยอยเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้นอยู่ที่ 6.5 หมื่นคนแล้ว”

นอกจากนี้มุมมองของนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมองเงินบาทแข็งค่า ทำให้มีสัญญาณเก็งกำไรค่าเงินบาทแข็งค่าด้วย จึงเห็นการแข็งค่าที่ค่อนข้างเร็วในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับมีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าตลาดหุ้น และพันธบัตร (บอนด์) ต่อเนื่อง

จากอานิสงส์การเปิดประเทศเช่นกัน ซึ่งจะเห็นว่าตัวเลขเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ธปท.เข้าไปดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เคลื่อนไหวเร็ว ซึ่งจะมีทั้งการเข้าไปซื้อและขาย

“เงินบาทไตรมาสแรกของปียังเป็นการเคลื่อนไหวผันผวนในด้านแข็งค่าจากธีมเปิดประเทศ และหุ้นฝั่งตะวันตกขาดเสน่ห์ เมื่อเทียบกับหุ้นจีน ผนวกกับมีเงินไหลเข้าและเก็งกำไรบางส่วน โดยเรามองว่าทั้งปีค่าเงินบาทไม่ควรแข็งค่าต่ำกว่า 32.00 บาทต่อดอลลาร์ และเคลื่อนไหวไม่ต่ำกว่า 3 บาท หรือเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-35.50 บาทต่อดอลลาร์

ซึ่งมองว่าความผันผวนจะเป็นภาพเดียวกับก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 เพราะดุลการค้าสมดุล และดุลบริการจากภาคท่องเที่ยวที่จะทยอยกลับมา จะเป็นบวกต่อเงินบาทที่จะแข็งค่า แต่มองว่าค่าเงินปีนี้น่าจะผันผวนน้อยกว่าปีก่อนที่เคลื่อนไหวสูงถึง 6 บาท อย่างไรก็ดี สัญญาณการเก็งกำไรค่าเงินยังคงมีตลอด และเป็นเรื่องปกติ” นายสงวนกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท จีนเปิดประเทศ