มอร์นิ่งสตาร์ ชี้ทรัพย์สินรวม (AUM) กองทุนรวมไทยหดตัว 11.1% จากปีก่อนหน้า เงินไหลออกกองทุนตลาดเงิน (Money Market) สูงสุด 2 แสนล้านบาท ประเมินการลงทุนปี’66 มีปัจจัยลบ
วันที่ 17 มกราคม 2566 นางสาวชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนในปี 2565 เจอปัจจัยลบมากมายทำให้ภาพรวมของการลงทุนมีความผันผวนตลอดทั้งปี
โดยกองทุนรวมไทย (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 3.8 ล้านล้านบาท หดตัว 11.1% จากสิ้นปี 2564 แต่เพิ่มขึ้น 2.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ในไตรมาสสุดท้ายของปีมีเงินไหลเข้าสุทธิ 2.7 หมื่นล้านบาท
โดยส่วนใหญ่เป็นเงินไหลเข้าจากกองทุนตราสารทุนและกองทุนตราสารหนี้ ขณะที่กองทุนตราสารตลาดเงินมีเงินไหลออกสุทธิ รวมทั้งปีเป็นเงินไหลออกสุทธิ 2 แสนล้านบาท
ขณะที่กองทุนหุ้นไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ สิ้นปี 2565 ที่ 2.3 แสนล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2564 แต่สูงขึ้น 5.4% จากไตรมาสที่ 3 ด้านทิศทางเม็ดเงินลงทุนในไตรมาสสุดท้ายเป็นเงินไหลเข้า 490 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินไหลเข้าสุทธิจากเดือนตุลาคมมูลค่า 1.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนีหุ้นไทยมีการย่อตัวลง รวมทั้งปีมีเงินไหลออกสุทธิ 6.6 พันล้านบาท
โดยดัชนี SET INDEX ไปปิด ณ สิ้นปี 2565 ที่ 1,668.66 จุด ทำให้ผลตอบแทนรวมดัชนี SET TR อยู่ที่ 5.2% ขณะเดียวกันกองทุนหุ้นไทยมีผลตอบแทนเฉลี่ย 5.1% โดยกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดใหญ่มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 5.7%
ขณะที่กองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในรอบปีนำโดย กองทุน AIA Thai Equity (AIA-TEQ) มีเงินไหลเข้าสะสมสูงสุดต่อเนื่องอีกหนึ่งไตรมาสด้วยมูลค่า 630 ล้านบาท รวมเงินไหลเข้าสุทธิทั้งปีเกือบ 1.8 พันล้านบาท ส่งผลให้โดยรวม บลจ.เอไอเอ มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสมสูงสุดของปี 2.9 พันล้านบาท
มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือขยับขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับที่ 4 ของตลาดกองทุนหุ้นไทยที่ไม่รวมกองทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษี
ในส่วนของ บลจ.รายใหญ่ในตลาดยังคงมีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้าย แต่เป็นไปในทิศทางที่ชะลอตัวลงกว่าไตรมาสก่อนหน้า เช่น บลจ.ไทยพาณิชย์ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 16% มีเงินไหลออกสุทธิระดับ 2 ร้อยล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับพันล้านบาท
รวมทั้งปีเป็นเงินไหลออกสุทธิ 1.7 พันล้านบาท ขณะที่ บลจ.อีสท์สปริงที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับที่ 2 มีเงินไหลออกอีกเล็กน้อย แต่รวมทั้งปีมีเงินไหลออกสูงสุด 2.6 พันล้านบาท
นางสาวชญานีกล่าวต่อว่า สำหรับการลงทุนในปี 2566 ยังคงมีความเสี่ยงจากเรื่องของเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐและยุโรป ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยได้ และยังมีปัจจัยเรื่องของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีการปรับขึ้นมากแค่ไหน หากปรับขึ้นมากอาจจะกดดันผลตอบแทนให้ติดลบและจะสะท้อนไปในมูลค่าทรัพย์สินที่อาจจะชะลอตัวลง
“ดังนั้นยังเห็นปัจจัยลบอยู่พอสมควร แต่สำหรับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสระยะยาว อาจจะใช้จังหวะในช่วงที่ตลาดยังไม่ปรับตัวขึ้น ลงทุนเพื่อรอสินทรัพย์ต่าง ๆ ฟื้นตัวกลับมาในอนาคต”